ซิดนีย์--2 พ.ย.--มีเดียเน็ท อินเตอร์เนชั่นแนล — เอเชียเน็ท / อินโฟเควสท์
เนื่องในวันปอดบวมโลก - 2 พฤศจิกายน 2552
มีการคาดการณ์ว่าในปีหน้าเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีร่วม 61 ล้านคนทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเป็นโรคปอดบวม[1]
ตัวเลขสถิติที่น่าตกใจแสดงให้เห็นว่าโรคปอดบวมคร่าชีวิตเด็กๆ มากกว่าโรคอื่นๆ และมากกว่าโรคเอดส์ มาลาเรีย และโรคหัดรวมกัน[2] โดยทุก 15 วินาทีจะมีเด็กเสียชีวิตจากโรคปอดบวม 1 คน หรือมากถึง 5,500 คนต่อวัน และ 2 ล้านคนต่อปี[3]
วันปอดบวมโลก (2 พฤศจิกายนนี้) เป็นวันที่ทั่วโลกจะแสดงความระลึกถึงหลายล้านชีวิตที่สูญเสียไปเพราะโรคปอดบวม และกระตุ้นให้พ่อแม่ผู้ปกครองทั่วโลกช่วยกันต่อสู้เพื่อเอาชนะโรคร้ายที่สามารถป้องกันได้นี้
สาเหตุหลักที่ทำให้ผู้ป่วยเด็กเสียชีวิตจากโรคปอดบวมคือการติดเชื้อนิวโมคอคคัส (pneumococcal disease)[4] นอกจากนั้นการติดเชื้อนิวโมคอคคัสยังทำให้เกิดโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบและโรคโลหิตเป็นพิษด้วย[4] ซึ่งการฉีดวัคซีนเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่สามารถป้องกันเด็กๆ จากโรคร้ายนี้
สมาพันธ์องค์การโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Confederation of Meningitis Organisations: CoMO) เป็นกระบอกเสียงให้กับกลุ่มองค์กรและผู้ป่วยจากทั่วโลกที่ต้องการให้ผู้คนตระหนักถึงความสำคัญของโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบและโรคโลหิตเป็นพิษ และเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโรคดังกล่าว
เนื่องจากโรคปอดบวมและเยื่อหุ้มสมองอักเสบเป็นโรคร้ายที่คุกคามชีวิตเด็กๆ สมาชิกของสมาพันธ์องค์การโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจึงทำงานอย่างหนักเพื่อให้คนในชุมชนรู้ถึงสัญญาณเบื้องต้นและอาการของโรค นอกจากนั้นยังกระตุ้นให้มีการตรวจรักษาโรคแต่เนิ่นๆ และสนับสนุนให้มีการป้องกันโรคผ่านโครงการฉีดวัคซีนทั่วประเทศ
มีการประมาณการว่าในแต่ละปีเด็กๆ กว่า 1 ล้านคนทั่วโลกจะรอดพ้นจากโรคร้ายดังกล่าว หากเด็กเหล่านั้นได้รับการป้องกันและรักษาโรคอย่างเหมาะสม[5]
องค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) แนะนำว่าควรมีการบรรจุวัคซีนป้องกันการติดเชื้อนิวโมคอคคัส 7 ชนิด (PCV7) เข้าไปในโครงการให้วัคซีนเด็กทั่วประเทศตั้งแต่ปี 2550[6]
“นับตั้งแต่มีการบรรจุวัคซีน PCV7 เข้าเป็นหนึ่งในรายการฉีดวัคซีนสำหรับทารกในสหรัฐอเมริกา จำนวนเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปีที่ป่วยเป็นโรคปอดบวมจากเชื้อนิวโมคอคคัสจนต้องเขารับการรักษาในโรงพยาบาลก็ลดลงถึง 65%[7]” ศจ.ลูลู่ บราโว จากองค์กรเพื่อการฉีดวัคซีนแห่งฟิลิปปินส์ (Philippine Foundation for Vaccination) และเป็นสมาชิกของสมาพันธ์องค์การโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ซึ่งเข้าร่วมสุดยอดการประชุมวันปอดบวมโลกในนิวยอร์ก กล่าว
“แม้ฉีดวัคซีนแล้วพ่อแม่ผู้ปกครองก็ควรสังเกตเมื่อบุตรหลานมีอาการเหมือนเป็นไข้ เนื่องจากอาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายอย่างปอดบวมและเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ขณะเดียวกันสมาชิกในครอบครัวต้องรักษาสุขภาพให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่มีการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 (H1N1)” ศจ.บราโว กล่าว
“การพักผ่อนนอนหลับอย่างเพียงพอและดื่มน้ำมากๆ เป็นพฤติกรรมสำคัญที่จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการเจ็บป่วยรุนแรง” ศจ.บราโว่ แนะนำ
ทางด้านคุณบรูซ แลงกูแลนท์ ประธานสมาพันธ์องค์การโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ กล่าวย้ำว่า “พ่อแม่ผู้ปกครองต้องทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้เพื่อให้เด็กๆ และคนในครอบครัวเจ็บป่วยน้อยที่สุด”
รายการด้านล่างนี้คือสิ่งที่พ่อแม่ผู้ปกครองควรทำเพื่อป้องกันมิให้บุตรหลานติดเชื้ออย่างรุนแรง[8]
? ให้เด็กดื่มน้ำอย่างเพียงพอเพื่อลดน้ำมูกและเสมหะและป้องกันการขาดน้ำ อย่าลืมให้น้ำทารกระหว่างป้อนอาหารด้วย
? เวลาสั่งน้ำมูก ไอ และจาม ให้ปิดปากและจมูกด้วยกระดาษชำระ และทิ้งกระดาษที่ใช้แล้วอย่างระมัดระวัง
? ล้างมือด้วยสบู่บ่อยๆ โดยเฉพาะก่อนทำอาหาร ทานอาหาร และหลังสั่งน้ำมูก
? ล้างของเล่นเด็กบ่อยๆ
? หลีกเลี่ยงการใช้ช้อน ส้อม และภาชนะร่วมกันในการทานอาหารและดื่มน้ำ
? ทานอาหารที่มีประโยชน์และครบทุกหมู่
? ไม่ให้เด็กสูดควันบุหรี่ เนื่องจากอาจทำให้เจ็บป่วยหนักกว่าเดิม
พ่อแม่ผู้ปกครองที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถปรึกษาแพทย์ของท่านได้
ทั้งนี้ ท่านสามารถสัมภาษณ์คุณบรูซ แลงกูแลนท์ ประธานสมาพันธ์องค์การโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือ ดร.ลูลู่ บราโว จากองค์กรเพื่อการฉีดวัคซีนแห่งฟิลิปปินส์ได้ โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ แอนเดรีย เบรดี้ ที่อีเมล andreabrady01@gmail.com หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ +64 212 545 324
เกี่ยวกับ สมาพันธ์องค์การโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
สมาพันธ์องค์การโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (CoMO) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2547 เพื่อเป็นกระบอกเสียงให้กับกลุ่มองค์กรและผู้ป่วยจากทั่วโลกที่ต้องการให้ผู้คนตระหนักถึงความสำคัญของโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบและโรคโลหิตเป็นพิษ และเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโรคดังกล่าว ปัจจุบันสมาพันธ์องค์การโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบประกอบด้วยองค์กรด้านสุขภาพเด็กและโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ 26 องค์กร และผู้ให้การสนับสนุน 7 รายจากทั่วโลก และกำลังพยายามสร้างความแข็งแกร่งให้กับเครือข่ายครอบครัวและผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสมาพันธ์องค์การโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบได้ที่ www.comoonline.org
สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: www.comoonline.org
อ้างอิง
[1] Rudan l, Boschi-Pinto C, Biloglav Z, Mulholland K & Campbell H.
Epidemiology and etiology of childhood pneumonia. Bulletin of the World Health
Organization 2008; 86:408-416. Accessed 16 October 2209
http://www.who.int/bulletin/volumes/86/5/07-048769.pdf
[2] World Health Organization, Pneumonia: the forgotten killer of children,
2006. Accessed 13 August 2009
http://www.who.int/child_adolescent_health/documents/9280640489/en/
[3] PneumoADIP, Child Death and Disability: Pneumococcal disease and
pneumonia, Child Morbidity and Mortality, 2009. Accessed 16 October 2009
http://www.preventpneumo.org/diseases/child_morbidity_and_mortality/index.cfm
[4] PneumoADIP, Serious pneumococcal infections are a major global health
problem and are vaccine preventable, Fact Sheet: Pneumococcal Disease, 2009.
Accessed 16 October 2009
http://www.pneumoadip.org/resources/factsheets/pneumococcal.cfm
[5] Unicef, Pneumonia, Pneumonia kills more children worldwide than any
other single cause, 6 May 2008. Accessed 15 October 2009
http://www.unicef.org/health/index_43828.html
[6] World Health Organization. Pneumococcal conjugate vaccine for childhood
immunization, March 2007- WHO position paper. Wkly Epidemiol Record 2007;12:
93-104 Accessed 13 October 2009
http://www.who.int/immunization/wer8212pneumococcus_child_Mar07_position_paper.
pdf
[7] Grijalva, CG MD. Effectiveness of PCV7 in Pneumonia: The United States
xperience. Vanderbilt University School of Medicine, Nashville, Tennessee, USA,
2009.
[8] Pharmaceutical Society of Australia, Pharmacy Self Care Health
Information, Colds and Flu, 2009.
แหล่งข่าว: สมาพันธ์องค์การโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
-- เผยแพร่โดย เอเชียเน็ท ( www.asianetnews.net ) --