คณะทำงานระดับสูงด้านเศรษฐกิจอาเซียน สรุปการเจรจายกร่างพิมพ์เขียวยุทธศาสตร์เศรษฐกิจใหม่ เตรียมเสนอผู้นำไฟเขียวในเดือนพ.ค.นี้หารือทิศทางเสริมศักยภาพของภูมิภาคในการรับมือความท้าทายจาก เศรษฐกิจโลก พร้อมถกกลยุทธ์เตรียมความพร้อมต่อนโยบายการค้าใหม่ของสหรัฐฯ
นายเอกฉัตร ศีตวรรัตน์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้เข้าร่วมการประชุมคณะทำงานระดับสูงว่าด้วย การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของอาเซียน (High-Level Task Force on ASEAN Economic Integration: HLTF-EI) ครั้งที่ 47 ระหว่างวันที่ 24-25 กุมภาพันธ์2568 ณ รัฐยะโฮร์ ประเทศมาเลเซีย เพื่อสรุปผลการเจรจาร่างยุทธศาสตร์ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนฉบับใหม่ ก่อนเสนอผู้นำอาเซียน พร้อมทั้งร่างวิสัยทัศน์อาเซียนในเดือนพฤษภาคม 2568 และได้หารือทิศทางเสริมศักยภาพของภูมิภาคในการรับมือความท้าทายจากเศรษฐกิจโลก และเตรียมพร้อมต่อ นโยบายการค้าของสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่การค้าและเศรษฐกิจของอาเซียน
นายเอกฉัตร กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการขยายโอกาสทางการค้า และการใช้ประโยชน์ จาก FTA เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศและพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงการค้าโลก โดยการประชุมครั้งนี้ ไทย ได้ร่วมกับสมาชิกอาเซียนสรุปผลเจรจาจัดทำร่างยุทธศาสตร์ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนฉบับใหม่ที่จะใช้ในช่วงปี 2569-2573 แล้ว โดยไฮไลต์สำคัญของแผนฯ เน้นการยกระดับตลาดและฐานการผลิตร่วมของอาเซียนให้พร้อมรองรับ การค้าในอนาคตด้วยขีดความสามารถในการแข่งขันใหม่ๆ และเสริมบทบาทเชิงรุกของอาเซียนกับคู่ค้าสำคัญและ ตลาดโลก ทั้งการจัดทำ FTA ใหม่ๆ และขยายสาขาความร่วมมือเพื่อดึงดูดการค้าและการลงทุน การเปลี่ยนผ่านสู่ เศรษฐกิจดิจิทัลและการค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งผลของแผนฯ คาดว่านอกจากจะทำให้ตลาดภายในของ อาเซียนมีความเชื่อมโยงและไร้รอยต่อมากขึ้นแล้ว ยังจะช่วยเพิ่มโอกาสทางการค้าและการลงทุนให้แก่ผู้ประกอบการ เอกชนของไทยขยายการส่งออกไปยังอาเซียนและคู่ค้าใหม่ๆ นอกภูมิภาคได้อีกด้วย โดยอาเซียนจะเสนอร่างแผน ยุทธศาสตร์ฉบับใหม่ต่อที่ประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 46 เดือนพฤษภาคม 2568
นอกจากนี้ที่ประชุมได้ถกเข้มถึงแนวทางเตรียมความพร้อมต่อนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาล ทรัมป์2.0 โดยอาเซียนจะเน้นการเสริมศักยภาพทางเศรษฐกิจของกลุ่มให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ทั้งการค้าและการลงทุนภายใน การใช้ประโยชน์จาก FTA ที่มีอยู่โดยเฉพาะความตกลง RCEP ตลอดจนขยายแหล่งวัตถุดิบในห่วงโซ่การค้าของ ภูมิภาค ควบคู่กับการหาตลาดส่งออกใหม่นอกเหนือจากคู่ค้าเดิม เพื่อให้สามารถรับมือกับความท้าทายต่างๆ ใน ตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาเซียนเห็นพ้องการใช้กลยุทธ์ที่จะมุ่งกระชับความสัมพันธ์กับ สหรัฐฯ ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยใช้พลังการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของอาเซียนเป็นแนวทางเชิงยุทธศาสตร์และจะกำหนด สาขาความร่วมมือที่อาเซียนและสหรัฐฯ จะได้ประโยชน์ร่วมกันมาพิจารณา พร้อมจะติดตามมาตรการทางการค้าที่จะ ออกมาใหม่ของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อภูมิภาคและรายประเทศได้อย่างทันท่วงที
26 กุมภาพันธ์ 2568
ที่มา: กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ