กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชาชน ร่วมแสดงความคิดเห็นการจัดทำ FTA ไทย-เอฟตา ผ่านทางเว็บไซต์ของกรม และ QR Code ตั้งแต่ 5 มี.ค - 3 พ.ค.นี้ ก่อนเสนอขอความเห็นชอบจากรัฐสภา ย้ำ! FTA ฉบับนี้ ถือเป็น FTA ฉบับแรกที่ไทยทำกับกลุ่มประเทศในยุโรป ซึ่งมีความทันสมัยและมีมาตรฐานสูงที่สุดของไทย
นางสาวโชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ภายหลังที่นายกรัฐมนตรี(นางสาวแพทองธาร ชินวัตร) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายพิชัย นริพทะพันธุ์) เดินทางเข้าร่วมการประชุม World Economic Forum (WEF) ประจำปี 2568 ณ เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมลงนามความตกลง FTA ไทย-เอฟตา กับรัฐมนตรีและผู้แทนของกลุ่มประเทศสมาชิกเอฟตา ประกอบด้วย 4 ประเทศ คือ สวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ และลิกเตนสไตน์ ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2568 กรมได้เผยแพร่รายละเอียดความตกลง FTA ไทย-เอฟตา และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง บนเว็บไซต์ของกรมแล้ว
นางสาวโชติมา กล่าวว่า กรมเตรียมเปิดให้ประชาชนและผู้ที่สนใจจากทุกภาคส่วน เข้าร่วมแสดงความเห็นต่อการจัดทำความตกลงการค้าเสรี (Free Trade Agreement : FTA) ระหว่างไทยกับสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (European Free Trade Association : EFTA) หรือ เอฟตา โดยจะเปิดรับความเห็นผ่านเว็บไซต์ของกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ระหว่างวันที่ 5 มีนาคม - 3 พฤษภาคม 2568 เป็นระยะเวลา 60 วัน เพื่อรวบรวมความเห็นและนำไปประกอบการเสนอขอความเห็นชอบจากรัฐสภาตามข้อกำหนดของรัฐธรรมนูญฯ ก่อนที่ประเทศไทยจะสามารถยื่นสัตยาบันเพื่อให้ FTA มีผลผูกพันประเทศต่อไป
สำหรับ FTA ไทย-เอฟตา เป็น FTA ฉบับแรกที่ไทยทำกับกลุ่มประเทศในยุโรป ถือเป็น FTA ที่มีความทันสมัยและมีมาตรฐานสูงที่สุดของไทย ประกอบด้วย 15 หัวข้อ ดังนี้ 1) บทบัญญัติทั่วไป 2) การค้าสินค้า (รวมเรื่องมาตรการเยียวยาทางการค้า) 3) อุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า 4) มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช 5) การค้าบริการ 6) การลงทุน 7) ทรัพย์สินทางปัญญา 8) การจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ 9) การแข่งขันทางการค้า 10) การค้าและการพัฒนาที่ยั่งยืน 11) วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม 12) ความร่วมมือด้านเทคนิคและการเสริมสร้างศักยภาพ 13) บทบัญญัติเกี่ยวกับสถาบัน 14) การระงับข้อพิพาท และ 15) บทบัญญัติสุดท้าย
นางสาวโชติมา เพิ่มเติมว่า การจัดทำ FTA กับเอฟตา เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่ต้องการเร่งรัดเจรจา FTA กับประเทศคู่ค้าสำคัญ เพื่อขยายโอกาสทางการค้า การลงทุน สร้างความร่วมมือและความเชื่อมโยงด้านเศรษฐกิจ เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน ยกระดับมาตรฐานเพื่อรองรับกฎกติกาการค้ายุคใหม่ รวมถึงสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อประโยชน์ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ การทำ FTA เป็นเรื่องสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันในมาตรา 178 จึงกำหนดให้การทำความตกลงการค้าเสรี ต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา ซึ่งคณะรัฐมนตรีและกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมจะต้องเสนอความตกลง FTA ไทย-เอฟตา ต่อรัฐสภาเพื่อขอความเห็นชอบตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฯ
ทั้งนี้ การเจรจาจัดทำความตกลง FTA ทุกฉบับ รวมถึงกับเอฟตา กรมให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยมีการศึกษาเพื่อประเมินผลประโยชน์และผลกระทบ และรับฟังความเห็นของภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมาตั้งแต่ก่อนเริ่มต้นเจรจา ในระหว่างช่วงการเจรจาได้จัดประชุมเผยแพร่ข้อมูลความคืบหน้า และรับฟังความเห็นของภาคส่วนต่างๆ มาตลอด โดยหารือกับทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาคเกษตรกร และภาคประชาสังคม รวมถึงตัวแทนภาคการเมืองผ่านการให้ข้อมูลและชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องของรัฐสภา ซึ่งที่ผ่านมากรมได้รับทราบทั้งเสียงสนับสนุนจากหลายฝ่ายและข้อกังวลจากกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งกรมได้นำข้อมูลทั้งหมดไปประกอบการพิจารณากำหนดแนวทางการเจรจาเพื่อรักษาประโยชน์ของประเทศในภาพรวมด้วยแล้ว
?เมื่อการเจรจาได้เสร็จสิ้นและประเทศไทยได้ลงนามกับเอฟตาแล้ว ในขั้นต่อไปกรมจะเปิดรับฟังความเห็นของประชาชนและผู้ที่สนใจจากทุกภาคส่วนอย่างกว้างขวาง โดยนอกจากการเปิดรับฟังความเห็นผ่านช่องทางบนเว็บไซต์ของกรมแล้ว กรมเตรียมจัดกิจกรรมประชุม สัมมนา และรับฟังความเห็นสาธารณะ ทั้งในกรุงเทพฯ และภูมิภาคต่างๆ เพื่อให้ได้รับทราบข้อมูล ความเห็น และข้อเสนอแนะ นำไปประกอบการเสนอเรื่องต่อรัฐสภาพิจารณา โดยจะแจ้งรายละเอียดกิจกรรมให้ทราบล่วงหน้าต่อไป? นางสาวโชติมาเสริม
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมศึกษาข้อมูลและแสดงความเห็นต่อความตกลง FTA ไทย-เอฟตา ผ่านทาง QR Code และ https://www.dtn.go.th/th/content/category/detail/id/1488/iid/13707 ตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม จนถึงวันที่ 3 พฤษภาคม 2568 และสามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติม ได้ที่ www.dtn.go.th Facebook : กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ (DTN) Line OA : dtn_moc YouTube : DTNChannel หรือ Call Center โทร. 0 2507 7555
27 กุมภาพันธ์ 2568
ที่มา: กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ