“พิชัย” หารือทูตอิสราเอล ผลักดันส่งออกข้าวไทย สินค้าเกษตรและอาหาร พร้อมตั้งเป้าเริ่มการเจรจา FTA ในปีนี้

ข่าวเศรษฐกิจ Tuesday March 25, 2025 14:08 —กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2568 ตนได้พบ หารือกับนางออร์นา ซาร์กิฟ (H.E. Ms. Orna Sagiv) เอกอัครราชทูตรัฐอิสราเอลประจำประเทศไทย เพื่อกระชับ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการค้า ตลอดจนหารือแผนการทำงานสำหรับการเจรจาจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างกันในอนาคต

นายพิชัย กล่าวว่า อิสราเอลเป็นประเทศทะเลทรายในตะวันออกกลางที่มีรายได้สูง มีพื้นที่การเกษตรไม่มาก และมีความนิยมบริโภคข้าวคุณภาพดี จึงเป็นโอกาสของไทยที่จะขยายการส่งออกข้าวคุณภาพ เช่น ข้าวหอม ข้าวหอม มะลิ และข้าวไรซ์เบอร์รี โดยฝ่ายอิสราเอลได้แสดงความต้องการที่จะขยายการค้ากับไทยให้มากขึ้น โดยเฉพาะใน สินค้าเกษตรและอาหาร อาทิ ข้าว อาหารสำเร็จรูป อาหารทะเลกระป๋อง และผักผลไม้กระป๋อง

รมว.พาณิชย์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ตนได้แจ้งท่านเอกอัครราชทูตอิสราเอลถึงศักยภาพทางเศรษฐกิจของ ประเทศไทยว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นมากในปีนี้ การส่งออกในช่วง 2 เดือนแรกขยายตัวดีขึ้นกว่าปีที่ แล้ว ซึ่งเป็นปีที่การส่งออกของไทยสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เป็นผลมาจากการดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติที่เริ่มออก ดอกออกผล และขณะนี้ไทยอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างการส่งออกไปสู่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูง โดยจะก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตแผ่นวงจรพิมพ์ (PCB) ระดับโลกในอนาคต

ซึ่งฝ่ายอิสราเอลได้ชื่นชมการพัฒนาเศรษฐกิจของไทย และเห็นว่าทั้งสองประเทศยังมีศักยภาพในการพัฒนา ความร่วมมืออีกมาก โดยเฉพาะสาขาที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน เช่น การเกษตรสมัยใหม่ การบริหารจัดการน้ำ การ ส่งเสริม SMEs และ StartUps การวิจัยและพัฒนา และอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ นอกจากนี้ อิสราเอลยัง สนใจที่จะมาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น โดยขณะนี้ อิสราเอลกำลังมองหาบริษัทไทยที่จะมาเป็นพันธมิตรในสาขาความมั่นคง ปลอดภัยทางไซเบอร์ (cyber security) เทคโนโลยีทางการเงิน (fintech) และอุปกรณ์การแพทย์ เพื่อใช้ไทยเป็นฐาน การผลิตเพื่อส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก รวมทั้งอาเซียน

นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมอิสราเอล (H.E. Mr. Nir Barkat) ยังตั้งใจที่จะ เดินทางเยือนประเทศไทยในช่วงกลางปีนี้ ตามคำเชิญของตน ตอนพบท่านรัฐมนตรีฯ ที่ดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ ในช่วง การประชุม WEF 2025 เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งตนเห็นว่าจะเป็นโอกาสอันดีมาก เนื่องจากจะเป็นครั้งแรกใน รอบ 20 ปีที่รัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจการค้าจากอิสราเอลจะได้เดินทางเยือนไทย

ตนจึงได้เสนอจัดการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (Joint Trade Committee: JTC) ระดับรัฐมนตรี เป็นครั้งแรก และจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศในการขยายความร่วมมือด้านต่าง ๆ ระหว่างกัน ทั้งยังได้เสนอ ฝ่ายอิสราเอลว่า เห็นควรให้เจ้าหน้าที่กรมเจรจาฯ ของสองประเทศเร่งพูดคุยรายละเอียดขอบเขตการเจรจา FTA ระหว่างกัน เพื่อทั้งสองฝ่ายจะได้ดำเนินการกระบวนการภายในและนำไปสู่การเริ่มต้นเจรจา FTA ไทย ?อิสราเอล ใน ปี 2568 นี้

ทั้งนี้ ในปี 2567 อิสราเอลเป็นคู่ค้าอันดับที่ 39 ของไทยในตลาดโลก และอันดับที่ 6 ในตะวันออกกลาง การค้าสองฝ่ายมีมูลค่า1,281.83 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็นการส่งออกของไทย 813.26 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และการ นำเข้าของไทย 468.57 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ ยานยนต์และชิ้นส่วน อาหารทะเลกระป๋อง อัญมณีและเครื่องประดับ ข้าว ตู้เย็น ตู้แช่แข็ง และส่วนประกอบ และสินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ เพชร เครื่องจักรไฟฟ้า และส่วนประกอบ ปุ๋ยและยากำจัดศัตรูพืช ผักผลไม้และของปรุงแต่งที่ทำจากผักผลไม้ และเครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับ วิทยาศาสตร์และการแพทย์

21 มีนาคม 2568

ที่มา: กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ