คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างข้อตกลงว่าด้วยการจัดตั้งศูนย์ความหลากหลายทางชีวภาพอาเซียน (Agreement on the Establishment of the ASEAN Centre for Biodiversity : ACB) ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอ และมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นผู้ลงนามในข้อตกลงดังกล่าวในนามฝ่ายไทย
ทั้งนี้ การจัดตั้งศูนย์ความหลากหลายทางชีวภาพอาเซียน มีสาระสำคัญคือ
1. มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันจัดตั้งศูนย์ความหลากหลายทางชีวภาพในอาเซียน ตามมติรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมอาเซียน ซึ่งประเทศสมาชิกอาเซียนต้องให้ความร่วมมือ
2. กำหนดให้มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ณ ประเทศฟิลิปปินส์ โดยสำนักเลขาธิการอาเซียน จะเป็นผู้ลงนามในข้อตกลงด้านการเงินกับ EU เพื่อขอรับการสนับสนุนเงิน 6 ล้านยูโร ส่วนด้านการมีส่วนร่วมของประเทศสมาชิกจะตกลงกันเมื่อจัดตั้งศูนย์ ACB เรียบร้อยแล้ว ซึ่งโดยพื้นฐานจะเป็นการเข้าร่วมโดยใช้เงิน แต่เป็นด้านสนับสนุนบุคลากรในการปฏิบัติงานในประเทศ ซึ่งเทียบเป็นเงินประมาณ 95,000 ยูโร หรือประมาณ 4.75 ล้านบาท ในเวลา 3 ปีครึ่ง และจะดำเนินการจัดตั้งกองทุนทั้งการแสวงหาแหล่งทุนและ/หรือขอรับบริจาคจากประเทศสมาชิก เพื่อใช้ในการดำเนินงานหลังจาก 3 ปีครึ่ง ซึ่งจะขึ้นอยู่กับการตกลงร่วมกันต่อไป
3. หากประเทศสมาชิกอาเซียนทุกประเทศไม่สามารถลงนามร่วมกันในข้อตกลงให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2548 ตามเงื่อนไขของ EU ได้ เงินสนับสนุนจาก EU จำนวน 6 ล้านยูโร ที่จะให้กับอาเซียนจะถูกยกเลิกไป ซึ่งหมายถึงประเทศสมาชิกอาเซียนต้องดำเนินการจัดตั้งศูนย์ ACB ด้วยทรัพยากรทางการเงินของกลุ่มประเทศอาเซียนเอง
4. เมื่อมีการจัดตั้งศูนย์ ACB ในช่วง 3 ปีครึ่ง Contribution ของประเทศสมาชิกอาจอยู่ในรูป In Kind/budget โดยประมาณต่อประเทศ ดังนี้
- เงินเดือนสำหรับเจ้าหน้าที่ที่จะจัดส่งไปประจำที่ ACB และ / หรือศูนย์ดำเนินงานใน 5 กิจกรรมประจำประเทศต่าง ๆ 3 คน /ปี (EU จะเป็นผู้ออกค่าที่พักและ Allowance)
- เงินเดือน/ค่าจ้างเจ้าหน้าที่ประสานงานในประเทศ
- ค่าใช้จ่ายในการสัมมนาและฝึกอบรมระดับอาเซียน 1 ครั้งต่อปี (ค่าเดินทาง ค่าที่พัก และค่าใช้จ่ายสำหรับผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมด)
5. ประเทศสมาชิกอาเซียนจะได้มีการหารือกันเรื่องการจัดตั้งกองทุนสิ่งแวดล้อมอาเซียนเพื่อใช้ในการดำเนินงานของศูนย์ ACB อย่างต่อเนื่องต่อไปหลังจาก 3 ปีครึ่ง (หากประเทศสมาชิกเห็นชอบให้มีศูนย์อาเซียนต่อไป) ซึ่งกำหนดในเบื้องต้นคือ 20 ล้านยูโร โดย 15 ล้านยูโรมาจาก donor ต่าง ๆ และอีก 5 ล้านยูโร อาจมาจากการบริจาคของประเทศสมาชิก
ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ชี้แจงว่า ข้อตกลงดังกล่าวไม่ได้ระบุถึงรายละเอียดที่ประเทศสมาชิกต้องร่วมมือหรือมีสัดส่วนชัดเจน ตลอดจนขณะนี้ยังไม่ได้มีการกำหนดทิศทางและแผนการดำเนินงานของศูนย์ ACB แต่จะมีการหารือกันหลังจากตั้งศูนย์ ACB ดังกล่าวแล้ว ทำให้ยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องประโยชน์ที่ประเทศไทย หรือประเทศอาเซียนอื่น ๆ จะได้รับ แต่ประเทศไทยคงไม่สามารถหลีกเลี่ยงการลงนามในข้อตกลงเพื่อการจัดตั้งศูนย์ ACB ได้ เนื่องจากเป็นการดำเนินงานตามมติที่ประชุมรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมอาเซียน ซึ่งประเทศสมาชิกอาเซียนต้องให้ความร่วมมือ และหากประเทศไทยไม่สามารถลงนามได้ทันตามเวลาที่กำหนด อาจทำให้ประเทศไทยเสียภาพพจน์ในการที่ทำให้อาเซียนสูญเสียเงินสนับสนุนจาก EU จำนวน 6 ล้านยูโร
--ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ชุดพ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร) วันที่ 16 สิงหาคม 2548--จบ--
ทั้งนี้ การจัดตั้งศูนย์ความหลากหลายทางชีวภาพอาเซียน มีสาระสำคัญคือ
1. มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันจัดตั้งศูนย์ความหลากหลายทางชีวภาพในอาเซียน ตามมติรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมอาเซียน ซึ่งประเทศสมาชิกอาเซียนต้องให้ความร่วมมือ
2. กำหนดให้มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ณ ประเทศฟิลิปปินส์ โดยสำนักเลขาธิการอาเซียน จะเป็นผู้ลงนามในข้อตกลงด้านการเงินกับ EU เพื่อขอรับการสนับสนุนเงิน 6 ล้านยูโร ส่วนด้านการมีส่วนร่วมของประเทศสมาชิกจะตกลงกันเมื่อจัดตั้งศูนย์ ACB เรียบร้อยแล้ว ซึ่งโดยพื้นฐานจะเป็นการเข้าร่วมโดยใช้เงิน แต่เป็นด้านสนับสนุนบุคลากรในการปฏิบัติงานในประเทศ ซึ่งเทียบเป็นเงินประมาณ 95,000 ยูโร หรือประมาณ 4.75 ล้านบาท ในเวลา 3 ปีครึ่ง และจะดำเนินการจัดตั้งกองทุนทั้งการแสวงหาแหล่งทุนและ/หรือขอรับบริจาคจากประเทศสมาชิก เพื่อใช้ในการดำเนินงานหลังจาก 3 ปีครึ่ง ซึ่งจะขึ้นอยู่กับการตกลงร่วมกันต่อไป
3. หากประเทศสมาชิกอาเซียนทุกประเทศไม่สามารถลงนามร่วมกันในข้อตกลงให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2548 ตามเงื่อนไขของ EU ได้ เงินสนับสนุนจาก EU จำนวน 6 ล้านยูโร ที่จะให้กับอาเซียนจะถูกยกเลิกไป ซึ่งหมายถึงประเทศสมาชิกอาเซียนต้องดำเนินการจัดตั้งศูนย์ ACB ด้วยทรัพยากรทางการเงินของกลุ่มประเทศอาเซียนเอง
4. เมื่อมีการจัดตั้งศูนย์ ACB ในช่วง 3 ปีครึ่ง Contribution ของประเทศสมาชิกอาจอยู่ในรูป In Kind/budget โดยประมาณต่อประเทศ ดังนี้
- เงินเดือนสำหรับเจ้าหน้าที่ที่จะจัดส่งไปประจำที่ ACB และ / หรือศูนย์ดำเนินงานใน 5 กิจกรรมประจำประเทศต่าง ๆ 3 คน /ปี (EU จะเป็นผู้ออกค่าที่พักและ Allowance)
- เงินเดือน/ค่าจ้างเจ้าหน้าที่ประสานงานในประเทศ
- ค่าใช้จ่ายในการสัมมนาและฝึกอบรมระดับอาเซียน 1 ครั้งต่อปี (ค่าเดินทาง ค่าที่พัก และค่าใช้จ่ายสำหรับผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมด)
5. ประเทศสมาชิกอาเซียนจะได้มีการหารือกันเรื่องการจัดตั้งกองทุนสิ่งแวดล้อมอาเซียนเพื่อใช้ในการดำเนินงานของศูนย์ ACB อย่างต่อเนื่องต่อไปหลังจาก 3 ปีครึ่ง (หากประเทศสมาชิกเห็นชอบให้มีศูนย์อาเซียนต่อไป) ซึ่งกำหนดในเบื้องต้นคือ 20 ล้านยูโร โดย 15 ล้านยูโรมาจาก donor ต่าง ๆ และอีก 5 ล้านยูโร อาจมาจากการบริจาคของประเทศสมาชิก
ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ชี้แจงว่า ข้อตกลงดังกล่าวไม่ได้ระบุถึงรายละเอียดที่ประเทศสมาชิกต้องร่วมมือหรือมีสัดส่วนชัดเจน ตลอดจนขณะนี้ยังไม่ได้มีการกำหนดทิศทางและแผนการดำเนินงานของศูนย์ ACB แต่จะมีการหารือกันหลังจากตั้งศูนย์ ACB ดังกล่าวแล้ว ทำให้ยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องประโยชน์ที่ประเทศไทย หรือประเทศอาเซียนอื่น ๆ จะได้รับ แต่ประเทศไทยคงไม่สามารถหลีกเลี่ยงการลงนามในข้อตกลงเพื่อการจัดตั้งศูนย์ ACB ได้ เนื่องจากเป็นการดำเนินงานตามมติที่ประชุมรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมอาเซียน ซึ่งประเทศสมาชิกอาเซียนต้องให้ความร่วมมือ และหากประเทศไทยไม่สามารถลงนามได้ทันตามเวลาที่กำหนด อาจทำให้ประเทศไทยเสียภาพพจน์ในการที่ทำให้อาเซียนสูญเสียเงินสนับสนุนจาก EU จำนวน 6 ล้านยูโร
--ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ชุดพ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร) วันที่ 16 สิงหาคม 2548--จบ--