คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. .... ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตรวจพิจารณาแล้วและให้ส่งคณะกรรมการประสานงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณา ก่อนเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาต่อไป
ร่างพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. .... เป็นการให้ราษฎรได้มีส่วนร่วมกับรัฐในการอนุรักษ์และจัดการดูแลรักษาทรัพยากรป่าไม้เพื่อลดการทำลายป่าและเป็นการฟื้นฟูสภาพป่า และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ดำเนินการตรวจพิจารณาเสร็จแล้ว ซึ่งสาระสำคัญของร่างกฎหมายมีดังนี้
1. กำหนดวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งป่าชุมชน เพื่อการอนุรักษ์การใช้ประโยชน์ส่งเสริมวัฒนธรรมประเพณี ฟื้นฟูพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมและเสริมสร้างความร่วมมือในการจัดการป่าชุมชน (ร่างมาตรา 5)
2. กำหนดองค์ประกอบและคุณสมบัติของคณะกรรมการนโยบายป่าชุมชนโดยให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นประธาน กรรมการตามตำแหน่งจำนวน 7 คน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 8 คน ผู้แทนคณะกรรมการจัดการป่าชุมชนจำนวน 4 คน อธิบดีกรมป่าไม้เป็นกรรมการและเลขานุการ (ร่างมาตรา 7 และร่างมาตรา 8)
3. กำหนดอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบายป่าชุมชนเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบาย จัดตั้งและจัดการป่าชุมชน เสนอแนะในการออกกฎกระทรวงกำหนดระเบียบการแต่งตั้งกรรมการป่าชุมชนประจำจังหวัด จัดทำบัญชีรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการป่าชุมชนประจำจังหวัด และปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนด (ร่างมาตรา 10)
4. กำหนดองค์ประกอบของคณะกรรมการป่าชุมชนประจำจังหวัดโดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานกรรมการ กรรมการตามตำแหน่งซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งจำนวน 2 คน ข้าราชการหรือพนักงานของรัฐที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในจังหวัดนั้นจำนวน 3 คน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 7 คน และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด เป็นกรรมการและเลขานุการ (ร่างมาตรา 16)
5. กำหนดอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการป่าชุมชนประจำจังหวัดให้มีอำนาจ ดังนี้ พิจารณาคำขอเพิ่มหรือลดเขตป่าชุมชนหรือเพิกถอนป่าชุมชน ประกาศคำขอให้จัดตั้งป่าชุมชน ถอดถอนกรรมการจัดการป่าชุมชน แต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ป่าชุมชนให้ความเห็นชอบข้อบังคับคณะกรรมการป่าชุมชน เป็นต้น (ร่างมาตรา 17)
6. กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการขอจัดตั้งป่าชุมชนนอกเขตอนุรักษ์ (ร่างมาตรา 18)
7. กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการขอจัดตั้งป่าชุมชนในเขตอนุรักษ์ (ร่างมาตรา 25)
8. กำหนดให้มีคณะกรรมการจัดการป่าชุมชน เพื่อจัดการป่าชุมชนให้เป็นไปตามแผนและวัตถุประสงค์ของป่าชุมชนที่คณะกรรมการป่าชุมชนประจำจังหวัดอนุมัติ (ร่างมาตรา 30)
9. กำหนดห้ามทำไม้ในป่าชุมชนที่ตั้งอยู่ในเขตอนุรักษ์และในบริเวณเพื่อการอนุรักษ์ในป่าชุมชนที่ตั้งอยู่นอกเขตอนุรักษ์สำหรับการทำไม้นอกบริเวณที่กำหนดให้ทำได้เท่าที่จำเป็น (ร่างมาตรา 34)
10. กำหนดการจัดการทรัพย์สินส่วนกลางของป่าชุมชนให้กรรมการจัดการป่าชุมชนจำนวน 2 ใน 3 ของคณะกรรมการจัดการป่าชุมชนทั้งหมด มีอำนาจทำนิติกรรมใด ๆ ผูกพันทรัพย์สินส่วนกลางของป่าชุมชนได้ (ร่างมาตรา 37)
11. กำหนดหลักเกณฑ์การควบคุมดูแลป่าชุมชน โดยกำหนดอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ป่าชุมชนในการตรวจสอบพื้นที่ดูแลการดำเนินกิจการ และมีอำนาจสั่งให้ผู้ใดออกจากป่าชุมชนหรืองดเว้นการกระทำใด ๆ ตามระเบียบหรือข้อบังคับของคณะกรรมการป่าชุมชน (ร่างมาตรา 43)
12. กำหนดห้ามมิให้บุคคลใด ๆ เข้ายึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน หรือกระทำการ ใด ๆ เป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าชุมชน (ร่างมาตรา 44)
13. กำหนดอำนาจหน้าที่ของอธิบดีให้ส่งเสริมสนับสนุนและติดตามดูแลการดำเนินงานของคณะกรรมการป่าชุมชนประจำจังหวัด โดยอาจสั่งให้กรรมการและเลขานุการของคณะกรรมการป่าชุมชนประจำจังหวัดชี้แจงข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติงานได้ (ร่างมาตรา 50)
14. กำหนดให้อธิบดีมีอำนาจสั่งเพิกถอนป่าชุมชนทั้งแปลงหรือบางส่วนได้เมื่อได้รับรายงานจากคณะกรรมการจัดการป่าชุมชนขอให้เพิกถอนป่าชุมชน หรือคณะกรรมการฯ ทอดทิ้งไม่จัดการฟื้นฟูป่าชุมชน หรือคณะกรรมการฯ ไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้โดยการเพิกถอนต้องมีแผนที่แสดงแนวเขตที่เปลี่ยนแปลงรวมทั้งต้องประกาศใดราชกิจจานุเบกษาด้วย (ร่างมาตรา 53) ป่าชุมชนที่อยู่นอกเขตอนุรักษ์ที่ถูกเพิกถอนตามมาตรา 53 อาจมีการขอจัดตั้งป่าชุมชนใหม่อีกได้ แต่ป่าชุมชนในเขตอนุรักษ์ที่ถูกเพิกถอนตามมาตรา 53 แล้ว ห้ามมิให้มีการจัดตั้งป่าชุมชนใหม่อีก (ร่างมาตรา 55)
15. กำหนดบทกำหนดโทษทางอาญาสำหรับผู้ฝ่าฝืนร่างพระราชบัญญัตินี้หรือไม่ปฏิบัติตามระเบียบของคณะกรรมการนโยบายป่าชุมชน และให้บรรดาไม้หรือของป่าที่ได้มาหรือมีไว้เป็นความผิด ให้ศาลรับเสียทั้งสิ้น (ร่างมาตรา 56, 57, 58, 59, 60, 61 และ 62)
16. กำหนดบทเฉพาะกาล โดยกำหนดให้การแต่งตั้งกรรมการสรรหาในวาระเริ่มแรกมิให้นำบทบัญญัติมาตรา 14 วรรคสามมาใช้บังคับ (ร่างมาตรา 63) การแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นกรรมการนโยบายป่าชุมชนในวาระเริ่มแรก มิให้นำบทบัญญัติมาตรา 15 มาใช้บังคับ และการแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นผู้แทนคณะกรรมการจัดการป่าชุมชนเป็นกรรมการนโยบายป่าชุมชนในวาระเริ่มแรกมิให้นำมาตรา 7 วรรคหนึ่งมาใช้บังคับ (ร่างมาตรา 64) การแต่งตั้งกรรมการป่าชุมชนประจำจังหวัดในวาระเริ่มแรกที่จังหวัดนั้นยังไม่มีป่าชุมชน มิให้นำมาตรา 16 วรรคสามมาใช้บังคับ (ร่างมาตรา 65) และให้มีการออกกฎกระทรวงและระเบียบเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ภายในระยะเวลาสามปีนับแต่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ (ร่างมาตรา 66)
--ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีชุดพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ (นายกรัฐมนตรี) วันที่ 3 เมษายน 2550--จบ--
ร่างพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. .... เป็นการให้ราษฎรได้มีส่วนร่วมกับรัฐในการอนุรักษ์และจัดการดูแลรักษาทรัพยากรป่าไม้เพื่อลดการทำลายป่าและเป็นการฟื้นฟูสภาพป่า และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ดำเนินการตรวจพิจารณาเสร็จแล้ว ซึ่งสาระสำคัญของร่างกฎหมายมีดังนี้
1. กำหนดวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งป่าชุมชน เพื่อการอนุรักษ์การใช้ประโยชน์ส่งเสริมวัฒนธรรมประเพณี ฟื้นฟูพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมและเสริมสร้างความร่วมมือในการจัดการป่าชุมชน (ร่างมาตรา 5)
2. กำหนดองค์ประกอบและคุณสมบัติของคณะกรรมการนโยบายป่าชุมชนโดยให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นประธาน กรรมการตามตำแหน่งจำนวน 7 คน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 8 คน ผู้แทนคณะกรรมการจัดการป่าชุมชนจำนวน 4 คน อธิบดีกรมป่าไม้เป็นกรรมการและเลขานุการ (ร่างมาตรา 7 และร่างมาตรา 8)
3. กำหนดอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบายป่าชุมชนเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบาย จัดตั้งและจัดการป่าชุมชน เสนอแนะในการออกกฎกระทรวงกำหนดระเบียบการแต่งตั้งกรรมการป่าชุมชนประจำจังหวัด จัดทำบัญชีรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการป่าชุมชนประจำจังหวัด และปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนด (ร่างมาตรา 10)
4. กำหนดองค์ประกอบของคณะกรรมการป่าชุมชนประจำจังหวัดโดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานกรรมการ กรรมการตามตำแหน่งซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งจำนวน 2 คน ข้าราชการหรือพนักงานของรัฐที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในจังหวัดนั้นจำนวน 3 คน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 7 คน และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด เป็นกรรมการและเลขานุการ (ร่างมาตรา 16)
5. กำหนดอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการป่าชุมชนประจำจังหวัดให้มีอำนาจ ดังนี้ พิจารณาคำขอเพิ่มหรือลดเขตป่าชุมชนหรือเพิกถอนป่าชุมชน ประกาศคำขอให้จัดตั้งป่าชุมชน ถอดถอนกรรมการจัดการป่าชุมชน แต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ป่าชุมชนให้ความเห็นชอบข้อบังคับคณะกรรมการป่าชุมชน เป็นต้น (ร่างมาตรา 17)
6. กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการขอจัดตั้งป่าชุมชนนอกเขตอนุรักษ์ (ร่างมาตรา 18)
7. กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการขอจัดตั้งป่าชุมชนในเขตอนุรักษ์ (ร่างมาตรา 25)
8. กำหนดให้มีคณะกรรมการจัดการป่าชุมชน เพื่อจัดการป่าชุมชนให้เป็นไปตามแผนและวัตถุประสงค์ของป่าชุมชนที่คณะกรรมการป่าชุมชนประจำจังหวัดอนุมัติ (ร่างมาตรา 30)
9. กำหนดห้ามทำไม้ในป่าชุมชนที่ตั้งอยู่ในเขตอนุรักษ์และในบริเวณเพื่อการอนุรักษ์ในป่าชุมชนที่ตั้งอยู่นอกเขตอนุรักษ์สำหรับการทำไม้นอกบริเวณที่กำหนดให้ทำได้เท่าที่จำเป็น (ร่างมาตรา 34)
10. กำหนดการจัดการทรัพย์สินส่วนกลางของป่าชุมชนให้กรรมการจัดการป่าชุมชนจำนวน 2 ใน 3 ของคณะกรรมการจัดการป่าชุมชนทั้งหมด มีอำนาจทำนิติกรรมใด ๆ ผูกพันทรัพย์สินส่วนกลางของป่าชุมชนได้ (ร่างมาตรา 37)
11. กำหนดหลักเกณฑ์การควบคุมดูแลป่าชุมชน โดยกำหนดอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ป่าชุมชนในการตรวจสอบพื้นที่ดูแลการดำเนินกิจการ และมีอำนาจสั่งให้ผู้ใดออกจากป่าชุมชนหรืองดเว้นการกระทำใด ๆ ตามระเบียบหรือข้อบังคับของคณะกรรมการป่าชุมชน (ร่างมาตรา 43)
12. กำหนดห้ามมิให้บุคคลใด ๆ เข้ายึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน หรือกระทำการ ใด ๆ เป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าชุมชน (ร่างมาตรา 44)
13. กำหนดอำนาจหน้าที่ของอธิบดีให้ส่งเสริมสนับสนุนและติดตามดูแลการดำเนินงานของคณะกรรมการป่าชุมชนประจำจังหวัด โดยอาจสั่งให้กรรมการและเลขานุการของคณะกรรมการป่าชุมชนประจำจังหวัดชี้แจงข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติงานได้ (ร่างมาตรา 50)
14. กำหนดให้อธิบดีมีอำนาจสั่งเพิกถอนป่าชุมชนทั้งแปลงหรือบางส่วนได้เมื่อได้รับรายงานจากคณะกรรมการจัดการป่าชุมชนขอให้เพิกถอนป่าชุมชน หรือคณะกรรมการฯ ทอดทิ้งไม่จัดการฟื้นฟูป่าชุมชน หรือคณะกรรมการฯ ไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้โดยการเพิกถอนต้องมีแผนที่แสดงแนวเขตที่เปลี่ยนแปลงรวมทั้งต้องประกาศใดราชกิจจานุเบกษาด้วย (ร่างมาตรา 53) ป่าชุมชนที่อยู่นอกเขตอนุรักษ์ที่ถูกเพิกถอนตามมาตรา 53 อาจมีการขอจัดตั้งป่าชุมชนใหม่อีกได้ แต่ป่าชุมชนในเขตอนุรักษ์ที่ถูกเพิกถอนตามมาตรา 53 แล้ว ห้ามมิให้มีการจัดตั้งป่าชุมชนใหม่อีก (ร่างมาตรา 55)
15. กำหนดบทกำหนดโทษทางอาญาสำหรับผู้ฝ่าฝืนร่างพระราชบัญญัตินี้หรือไม่ปฏิบัติตามระเบียบของคณะกรรมการนโยบายป่าชุมชน และให้บรรดาไม้หรือของป่าที่ได้มาหรือมีไว้เป็นความผิด ให้ศาลรับเสียทั้งสิ้น (ร่างมาตรา 56, 57, 58, 59, 60, 61 และ 62)
16. กำหนดบทเฉพาะกาล โดยกำหนดให้การแต่งตั้งกรรมการสรรหาในวาระเริ่มแรกมิให้นำบทบัญญัติมาตรา 14 วรรคสามมาใช้บังคับ (ร่างมาตรา 63) การแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นกรรมการนโยบายป่าชุมชนในวาระเริ่มแรก มิให้นำบทบัญญัติมาตรา 15 มาใช้บังคับ และการแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นผู้แทนคณะกรรมการจัดการป่าชุมชนเป็นกรรมการนโยบายป่าชุมชนในวาระเริ่มแรกมิให้นำมาตรา 7 วรรคหนึ่งมาใช้บังคับ (ร่างมาตรา 64) การแต่งตั้งกรรมการป่าชุมชนประจำจังหวัดในวาระเริ่มแรกที่จังหวัดนั้นยังไม่มีป่าชุมชน มิให้นำมาตรา 16 วรรคสามมาใช้บังคับ (ร่างมาตรา 65) และให้มีการออกกฎกระทรวงและระเบียบเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ภายในระยะเวลาสามปีนับแต่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ (ร่างมาตรา 66)
--ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีชุดพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ (นายกรัฐมนตรี) วันที่ 3 เมษายน 2550--จบ--