คณะรัฐมนตรีเห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนที่ถูกดำเนินคดี และอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้วดำเนินการต่อไปได้
ข้อเท็จจริง
กค. เสนอว่า
1. โดยที่ในปัจจุบัน บุคคลธรรมดาและบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ไม่สามารถนำรายจ่ายในการสนับสนุนการจัดโครงการฝึกอบรมอาชีพและการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการบำบัด แก้ไข ฟื้นฟู และสงเคราะห์เด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนในสังกัดกระทรวงยุติธรรมมาหักเป็นรายจ่ายเพื่อคำนวณภาษีได้
2. กค. พิจารณาแล้วเห็นควรนำมาตรการภาษีซึ่งจะมีส่วนในการสร้างความมั่นคงของชีวิตและสังคม โดยการชักจูงให้ภาคธุรกิจเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมกับภาครัฐในการพัฒนาการเรียนการสอน และมุ่งสร้างโอกาสทางการศึกษาโดยคำนึงถึงการสร้างความเสมอภาคและความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นแก่ประชากรทุกกลุ่ม ซึ่งรวมถึงเด็กและเยาวชนที่กระทำผิดทั่วประเทศ โดยเฉพาะการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและการพัฒนาเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของชาติ
สาระสำคัญของร่างพระราชกฤษฎีกา
ให้ยกเว้นภาษีเงินได้ ในกรณีดังต่อไปนี้
1. ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับเงินได้เป็นจำนวนสองเท่าของจำนวนเงินที่บุคคลธรรมดาได้จ่ายให้แก่โครงการฝึกอบรมอาชีพและการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการบำบัด แก้ไข ฟื้นฟู และสงเคราะห์เด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนในสังกัดกระทรวงยุติธรรม
2. ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับเงินได้เป็นจำนวนสองเท่าของรายจ่ายที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้จ่ายให้แก่โครงการฝึกอบรมอาชีพและการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการบำบัด แก้ไข ฟื้นฟู และสงเคราะห์เด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนในสังกัดกระทรวงยุติธรรม
การยกเว้นภาษีเงินได้ตามข้อ 1. และข้อ 2. ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด(ร่างมาตรา 3)
--ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร (นายกรัฐมนตรี) วันที่ 20 มีนาคม 2555--จบ--