ทำเนียบรัฐบาล--12 ต.ค.--บิสนิวส์
คณะกรรมการรัฐมนตรีว่าด้วยนโยบายเศรษฐกิจรับทราบรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานของบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย (บตท.) ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ดังนี้
1. ความคืบหน้าของการดำเนินงานตามแผนงาน
1.1 ความคืบหน้าของการซื้อเงินกู้ที่อยู่อาศัยเพื่อการลงทุน โดย บตท. ได้เตรียมการรับซื้อเงินกู้ที่อยู่อาศัยจากธนาคารอาคารสงเหคราะห์ (ธอส.) เป็นโครงการนำร่อง 400 ล้านบาท ภายในเดือนกันยายน 2541
1.2 ความคืบหน้าของธุรกรรมการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์
1.2.1 ธุรกรรมเพื่อขายให้กับนักลงุทนในต่างประเทศ ได้วางแผนที่จะทำธุรกรรมการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ร่วมกับธนาคารแบงเกอร์ทรัสต์ ในลักษณะการทำธุรกรรมแบบเร่งด่วน โดยจะร่วมกันเสนอเป็นที่ปรึกษาจัดโครงสร้างธุรกรรมให้กับ ธอส. โดยไม่ต้องซื้อผ่านเข้ามาในบัญชีการลงทุนของ บตท.
1.2.2 ธุรกรรมเพื่อขายให้กับนักลงทุนในประเทศ โดยได้เร่งวางระบบงานเพื่อความพร้อมในการดำเนินงาน โดยร่วมกับ ธอส. บริษัท MBIA และบริษัท ASIA Limited และได้พบปะหารือกับนักลงุทนสถาบันในประเทศที่มีศักยภาพในการซื้อตราสารหนี้ที่อยู่อาศัย
2. ความคืบหน้าการแก้ปัญหาและอุปสรรค
2.1 ด้านภาระภาษีอากร คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกา ยกเว้นภาษีที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ อันจะประกอบด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะและอากรแสตมป์ เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2541 ขณะนี้อยู่ระหว่างนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย
2.2 ด้านค่าป้องกันความเสี่ยงของอัตราแลกเปลี่ยน (Swap Rate) ที่สูงมาก ซึ่งในปัจจุบันภาวะการณ์ด้านอัตราแลกเปลี่ยนยังมีความผันผวน ทำให้ค่าป้องกันความเสี่ยงนั้นสูงมาก ส่งผลทำให้ต้นทุนรวมของการออกตราสารหนี้อยู่ในระดับอัตราประมาณ 17% - 18% ซึ่งสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยของเงินกู้ที่อยู่อาศัยเฉลี่ย ซึ่งอยู่ในระดับอัตราประมาณ 14% - 15% ทำให้ยังไม่สามารถทำธุรกรรมการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ได้ในเชิงพาณิชย์ในช่วงนี้
2.3 ความไม่สอดคล้องของอัตราดอกเบี้ยลอยตัวกับอัตราดอกเบี้ยคงที่ ซึ่งการขาดคู่สัญญาที่จะเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยคงที่ ให้เป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว (Interest Swap) ในตลาด และการขาดอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง (Benchmark Rate) ซึ่งต้องการสนับสนุนจากธนาคารแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
--ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ชุดนายชวน หลีกภัย)--วันที่ 12 ตุลาคม 2541--
คณะกรรมการรัฐมนตรีว่าด้วยนโยบายเศรษฐกิจรับทราบรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานของบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย (บตท.) ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ดังนี้
1. ความคืบหน้าของการดำเนินงานตามแผนงาน
1.1 ความคืบหน้าของการซื้อเงินกู้ที่อยู่อาศัยเพื่อการลงทุน โดย บตท. ได้เตรียมการรับซื้อเงินกู้ที่อยู่อาศัยจากธนาคารอาคารสงเหคราะห์ (ธอส.) เป็นโครงการนำร่อง 400 ล้านบาท ภายในเดือนกันยายน 2541
1.2 ความคืบหน้าของธุรกรรมการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์
1.2.1 ธุรกรรมเพื่อขายให้กับนักลงุทนในต่างประเทศ ได้วางแผนที่จะทำธุรกรรมการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ร่วมกับธนาคารแบงเกอร์ทรัสต์ ในลักษณะการทำธุรกรรมแบบเร่งด่วน โดยจะร่วมกันเสนอเป็นที่ปรึกษาจัดโครงสร้างธุรกรรมให้กับ ธอส. โดยไม่ต้องซื้อผ่านเข้ามาในบัญชีการลงทุนของ บตท.
1.2.2 ธุรกรรมเพื่อขายให้กับนักลงทุนในประเทศ โดยได้เร่งวางระบบงานเพื่อความพร้อมในการดำเนินงาน โดยร่วมกับ ธอส. บริษัท MBIA และบริษัท ASIA Limited และได้พบปะหารือกับนักลงุทนสถาบันในประเทศที่มีศักยภาพในการซื้อตราสารหนี้ที่อยู่อาศัย
2. ความคืบหน้าการแก้ปัญหาและอุปสรรค
2.1 ด้านภาระภาษีอากร คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกา ยกเว้นภาษีที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ อันจะประกอบด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะและอากรแสตมป์ เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2541 ขณะนี้อยู่ระหว่างนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย
2.2 ด้านค่าป้องกันความเสี่ยงของอัตราแลกเปลี่ยน (Swap Rate) ที่สูงมาก ซึ่งในปัจจุบันภาวะการณ์ด้านอัตราแลกเปลี่ยนยังมีความผันผวน ทำให้ค่าป้องกันความเสี่ยงนั้นสูงมาก ส่งผลทำให้ต้นทุนรวมของการออกตราสารหนี้อยู่ในระดับอัตราประมาณ 17% - 18% ซึ่งสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยของเงินกู้ที่อยู่อาศัยเฉลี่ย ซึ่งอยู่ในระดับอัตราประมาณ 14% - 15% ทำให้ยังไม่สามารถทำธุรกรรมการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ได้ในเชิงพาณิชย์ในช่วงนี้
2.3 ความไม่สอดคล้องของอัตราดอกเบี้ยลอยตัวกับอัตราดอกเบี้ยคงที่ ซึ่งการขาดคู่สัญญาที่จะเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยคงที่ ให้เป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว (Interest Swap) ในตลาด และการขาดอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง (Benchmark Rate) ซึ่งต้องการสนับสนุนจากธนาคารแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
--ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ชุดนายชวน หลีกภัย)--วันที่ 12 ตุลาคม 2541--