แท็ก
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กระทรวงอุตสาหกรรม
กระทรวงการคลัง
กระทรวงพลังงาน
กระทรวงคมนาคม
นายกรัฐมนตรี
คณะรัฐมนตรีรับทราบตามที่รองนายกรัฐมนตรี (นายพินิจ จารุสมบัติ) รายงานความคืบหน้าในการดำเนินการมาตรการสนับสนุนการใช้ก๊าซ NGV แทนการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงว่า ได้เชิญผู้เกี่ยวข้องในระดับนโยบายจากหน่วยงานภาครัฐประกอบด้วย กระทรวงพลังงาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการคลัง กระทรวงคมนาคม กระทรวงอุตสาหกรรม บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) BOI และกลุ่มสมาคม-ธุรกิจภาคเอกชน ด้านการขนส่ง การประมง การผลิตและจำหน่ายรถยนต์ มาร่วมหารือ และได้มีข้อสรุปเบื้องต้นดังนี้
1. ทุกฝ่ายรับทราบยุทธศาสตร์ด้านพลังงานทดแทน NGV จาก ปตท. โดยสรุปว่าขณะนี้มีสถานีบริการ NGV 34 แห่ง โดยจะมีการปรับเพิ่มขึ้นเป็น 60 แห่ง ภายในสิ้นปี 2548 โดยสถานีบริการจะมีทั้งที่อยู่ในเขต กทม./ปริมณฑล ส่วนการขยายสถานีออกไปในอนาคตจะใช้กลยุทธ์กระจายสถานีใน กทม./ปริมณฑล ในรูปแบบ Mother/Daughter Station กระจายสถานีในภูมิภาคตามแนวท่อ/ทางหลวงสายหลักและนิคมอุตสาหกรรม และกระจายสถานีลอยน้ำตามจุดจ่ายก๊าซฯ ริมฝั่งทะเล เพื่อรองรับให้ได้ทั้งรถยนต์ รถโดยสารประจำทาง รถบรรทุก และกลุ่มเรือประมงขนาดเล็ก โดยตั้งเป้าว่าในปี 2549 จะมีจำนวน 120 สถานี และปี 2550 จะมี 180 สถานี
ส่วนรูปแบบรถยนต์ที่ใช้ NGV ทดแทนเบนซินในแบบ Bi Fuel นั้น ค่าใช้จ่ายติดตั้งอุปกรณ์ในรถยนต์นั่งขนาดเล็ก 30,000 — 60,000 บาท ส่วน NGV ทดแทนดีเซลในลักษณะ Dual Fuel จะมีค่าใช้จ่าย 125,000 — 200,000 บาท ถ้าเป็นระบบดัดแปลงเครื่องยนต์ใช้ NGV อย่างเดียว Dedicated จะมีค่าใช้จ่าย 450,000 — 600,000 บาท
สำหรับภาคประมงมีโครงการนำร่องติดตั้ง NGV ในเรือประมงขนาดเล็ก 2 ลำ ในระบบเชื้อเพลิงร่วม ซึ่งอยู่ระหว่างทดลองการใช้งาน คาดว่าผลจะเสร็จสิ้นภายในสิงหาคม 2548
ซึ่งเป้าหมายรถยนต์ที่ติดตั้ง NGV จะช่วยลดต้นทุนเชื้อเพลิงหากมีการใช้งานเฉลี่ย 100 กม./วัน คิดเฉลี่ยกับราคาติดตั้งจะสามารถคืนทุนได้ภายใน 1 ปี โดย ปตท. ได้ให้ความมั่นใจในโครงสร้างราคาขายปลีก NGV โดยถือตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2545 ซึ่งปัจจุบันจำหน่าย 8.50 บาท/กก.
2. ในส่วนของตัวแทนสมาคม-ธุรกิจภาคเอกชนที่เข้าร่วมหารือส่วนใหญ่ พร้อมให้ความร่วมมือกับรัฐบาล โดยในชั้นนี้มีข้อกังวลและห่วงใยเกี่ยวกับนโยบายด้านราคาขายปลีกก๊าซ NGV ในอนาคต มาตรฐานการปรับเปลี่ยนระบบเครื่องยนต์ ปัญหาเกี่ยวกับกำลังเครื่องยนต์และความสึกหรอ หรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น มาตรการทางระบบภาษี โดยต้องการลดหย่อนภาษีในการนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูปที่ใช้ก๊าซ NGV จากต่างประเทศ ความพร้อมในสถานีบริการก๊าซที่จะรองรับ แหล่งเงินทุนที่จะให้การสนับสนุน โดยต้องการความชัดเจนในเรื่องต่าง ๆ
3. บริษัท ไครส์เลอร์เดมเลอร์ แจ้งว่าได้นำเข้ารถยนต์ NGV ประเภท Bi-Fuel ที่สามารถเลือกใช้ NGV หรือน้ำมันเบนซิน (ติดตั้งถังน้ำมันขนาด 15 ลิตร เป็นทางเลือกแล้ว แต่ติดปัญหาภาษีสรรพสามิตในอัตราร้อยละ 30 ซึ่งเป็นอัตราเดียวกับการนำเข้ารถยนต์เบนซินปกติ โดยให้เหตุผลว่าอัตราภาษีสรรพสามิตร้อยละ 20 ใช้ได้กับรถที่ใช้ NGV เป็น เชื้อเพลิงอย่างเดียว จึงได้เร่งรัดให้เจรจากับกระทรวงการคลังเพื่อหาข้อยุติโดยเร็ว
4. เร่งรัดการขยายการเชื่อมต่อแนวปลายท่อส่งก๊าซ เช่นที่ อำเภอแก่งคอย เพื่อเชื่อมต่อกับการขนส่งทางรถไฟ เพื่อเป็นการลดค่าขนส่ง และอัตราการขยายสถานีบริการ
5. เร่งรัดการนำก๊าซธรรมชาติจากแหล่งต่าง ๆ ของประเทศ เช่น แหล่งภูฮ่อม จังหวัดอุดรธานี ฯลฯ เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ต่อไป
ทั้งนี้ ประเด็นต่าง ๆ ได้มอบกระทรวงพลังงาน (กรมธุรกิจพลังงาน) ไปหารือร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม (กรมโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม) กระทรวงคมนาคม (กรมการขนส่งทางบก) ปตท. โดยเชิญผู้แทนสมาคม-ธุรกิจภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อหาข้อสรุปที่ชัดเจนและนำมาเสนออีกครั้งภายใน 3 สัปดาห์
--ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ชุดพ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร) วันที่ 16 สิงหาคม 2548--จบ--
1. ทุกฝ่ายรับทราบยุทธศาสตร์ด้านพลังงานทดแทน NGV จาก ปตท. โดยสรุปว่าขณะนี้มีสถานีบริการ NGV 34 แห่ง โดยจะมีการปรับเพิ่มขึ้นเป็น 60 แห่ง ภายในสิ้นปี 2548 โดยสถานีบริการจะมีทั้งที่อยู่ในเขต กทม./ปริมณฑล ส่วนการขยายสถานีออกไปในอนาคตจะใช้กลยุทธ์กระจายสถานีใน กทม./ปริมณฑล ในรูปแบบ Mother/Daughter Station กระจายสถานีในภูมิภาคตามแนวท่อ/ทางหลวงสายหลักและนิคมอุตสาหกรรม และกระจายสถานีลอยน้ำตามจุดจ่ายก๊าซฯ ริมฝั่งทะเล เพื่อรองรับให้ได้ทั้งรถยนต์ รถโดยสารประจำทาง รถบรรทุก และกลุ่มเรือประมงขนาดเล็ก โดยตั้งเป้าว่าในปี 2549 จะมีจำนวน 120 สถานี และปี 2550 จะมี 180 สถานี
ส่วนรูปแบบรถยนต์ที่ใช้ NGV ทดแทนเบนซินในแบบ Bi Fuel นั้น ค่าใช้จ่ายติดตั้งอุปกรณ์ในรถยนต์นั่งขนาดเล็ก 30,000 — 60,000 บาท ส่วน NGV ทดแทนดีเซลในลักษณะ Dual Fuel จะมีค่าใช้จ่าย 125,000 — 200,000 บาท ถ้าเป็นระบบดัดแปลงเครื่องยนต์ใช้ NGV อย่างเดียว Dedicated จะมีค่าใช้จ่าย 450,000 — 600,000 บาท
สำหรับภาคประมงมีโครงการนำร่องติดตั้ง NGV ในเรือประมงขนาดเล็ก 2 ลำ ในระบบเชื้อเพลิงร่วม ซึ่งอยู่ระหว่างทดลองการใช้งาน คาดว่าผลจะเสร็จสิ้นภายในสิงหาคม 2548
ซึ่งเป้าหมายรถยนต์ที่ติดตั้ง NGV จะช่วยลดต้นทุนเชื้อเพลิงหากมีการใช้งานเฉลี่ย 100 กม./วัน คิดเฉลี่ยกับราคาติดตั้งจะสามารถคืนทุนได้ภายใน 1 ปี โดย ปตท. ได้ให้ความมั่นใจในโครงสร้างราคาขายปลีก NGV โดยถือตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2545 ซึ่งปัจจุบันจำหน่าย 8.50 บาท/กก.
2. ในส่วนของตัวแทนสมาคม-ธุรกิจภาคเอกชนที่เข้าร่วมหารือส่วนใหญ่ พร้อมให้ความร่วมมือกับรัฐบาล โดยในชั้นนี้มีข้อกังวลและห่วงใยเกี่ยวกับนโยบายด้านราคาขายปลีกก๊าซ NGV ในอนาคต มาตรฐานการปรับเปลี่ยนระบบเครื่องยนต์ ปัญหาเกี่ยวกับกำลังเครื่องยนต์และความสึกหรอ หรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น มาตรการทางระบบภาษี โดยต้องการลดหย่อนภาษีในการนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูปที่ใช้ก๊าซ NGV จากต่างประเทศ ความพร้อมในสถานีบริการก๊าซที่จะรองรับ แหล่งเงินทุนที่จะให้การสนับสนุน โดยต้องการความชัดเจนในเรื่องต่าง ๆ
3. บริษัท ไครส์เลอร์เดมเลอร์ แจ้งว่าได้นำเข้ารถยนต์ NGV ประเภท Bi-Fuel ที่สามารถเลือกใช้ NGV หรือน้ำมันเบนซิน (ติดตั้งถังน้ำมันขนาด 15 ลิตร เป็นทางเลือกแล้ว แต่ติดปัญหาภาษีสรรพสามิตในอัตราร้อยละ 30 ซึ่งเป็นอัตราเดียวกับการนำเข้ารถยนต์เบนซินปกติ โดยให้เหตุผลว่าอัตราภาษีสรรพสามิตร้อยละ 20 ใช้ได้กับรถที่ใช้ NGV เป็น เชื้อเพลิงอย่างเดียว จึงได้เร่งรัดให้เจรจากับกระทรวงการคลังเพื่อหาข้อยุติโดยเร็ว
4. เร่งรัดการขยายการเชื่อมต่อแนวปลายท่อส่งก๊าซ เช่นที่ อำเภอแก่งคอย เพื่อเชื่อมต่อกับการขนส่งทางรถไฟ เพื่อเป็นการลดค่าขนส่ง และอัตราการขยายสถานีบริการ
5. เร่งรัดการนำก๊าซธรรมชาติจากแหล่งต่าง ๆ ของประเทศ เช่น แหล่งภูฮ่อม จังหวัดอุดรธานี ฯลฯ เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ต่อไป
ทั้งนี้ ประเด็นต่าง ๆ ได้มอบกระทรวงพลังงาน (กรมธุรกิจพลังงาน) ไปหารือร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม (กรมโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม) กระทรวงคมนาคม (กรมการขนส่งทางบก) ปตท. โดยเชิญผู้แทนสมาคม-ธุรกิจภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อหาข้อสรุปที่ชัดเจนและนำมาเสนออีกครั้งภายใน 3 สัปดาห์
--ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ชุดพ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร) วันที่ 16 สิงหาคม 2548--จบ--