คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัฒนาเด็กปฐมวัยของชาติ พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ และให้ส่งคณะกรรมการตรวจสอบร่างกฎหมายและร่างอนุบัญญัติที่เสนอคณะรัฐมนตรีตรวจพิจารณา แล้วดำเนินการต่อไปได้ โดยให้รับความเห็นของกระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ และข้อสังเกตของคณะรัฐมนตรีไปพิจารณาด้วย ดังนี้
1. ความหมายของคำว่า “เด็กปฐมวัย” ซึ่งให้หมายความรวมถึงทารกในครรภ์มารดาด้วยนั้น น่าจะมีความเหมาะสมแล้ว เพราะการพัฒนาจะต้องเริ่มตั้งแต่เป็นทารกในครรภ์มารดาและเป็นคนละกรณีกับการมีสภาพบุคคลตามกฎหมาย
2. โดยที่ปัจจุบันยังมีปัญหาเกี่ยวกับการใช้ความรุนแรงกับเด็ก จึงสมควรเพิ่มผู้แทนหน่วยงานที่ดำเนินการเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือเด็ก เช่น ปลัดกระทรวงยุติธรรมและอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เป็นต้น เข้าร่วมกับคณะกรรมการพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติด้วย
3. การจ่ายเบี้ยประชุมกรรมการให้เบิกจ่ายเป็นรายครั้ง และให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาเบี้ยประชุมกรรมการ พ.ศ. 2547
ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัฒนาเด็กปฐมวัยของชาติ พ.ศ. .... มีสาระสำคัญ ดังนี้
1. หลักการ เพื่อให้เด็กปฐมวัยได้รับการพัฒนาอย่างมีคุณภาพตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและเพื่อประโยชน์ในการประสานการดำเนินงานที่เกี่ยวกับการพัฒนาเด็กปฐมวัยของทุกกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
2. กำหนดให้มี “คณะกรรมการการพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ” ประกอบด้วยนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธานกรรมการโดยตำแหน่ง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่เกิน 15 คน โดยมีผู้ที่เลขาธิการสภาการศึกษามอบหมายเป็นกรรมการและเลขานุการ (ร่างข้อ 5)
3. ให้สำนักงานมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาเรียนรู้ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาทำหน้าที่เป็นสำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการตามข้อ 2 และข้อ 5 (ร่างข้อ 14)
4. ให้สำนักงบประมาณและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดสรรงบประมาณให้สำนักงานตามข้อ 3 อย่างต่อเนื่องตามแผนงานที่กำหนดโดยคณะกรรมการตามข้อ 2 และในเบื้องต้นให้จัดสรรงบประมาณเริ่มแรกที่เหมาะสม (ร่างข้อ 17)
5. กำหนดให้มี “คณะกรรมการสนับสนุนงานเด็กปฐมวัย” ประกอบด้วย รองประธานกรรมการคนที่ 2 ของคณะกรรมการพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ เป็นประธาน กรรมการโดยตำแหน่ง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติที่คัดเลือกกันเองจำนวน 5 คน เป็นกรรมการ (ร่างข้อ 18)
--ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีชุดพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ (นายกรัฐมนตรี) วันที่ 11 ธันวาคม--จบ--
1. ความหมายของคำว่า “เด็กปฐมวัย” ซึ่งให้หมายความรวมถึงทารกในครรภ์มารดาด้วยนั้น น่าจะมีความเหมาะสมแล้ว เพราะการพัฒนาจะต้องเริ่มตั้งแต่เป็นทารกในครรภ์มารดาและเป็นคนละกรณีกับการมีสภาพบุคคลตามกฎหมาย
2. โดยที่ปัจจุบันยังมีปัญหาเกี่ยวกับการใช้ความรุนแรงกับเด็ก จึงสมควรเพิ่มผู้แทนหน่วยงานที่ดำเนินการเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือเด็ก เช่น ปลัดกระทรวงยุติธรรมและอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เป็นต้น เข้าร่วมกับคณะกรรมการพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติด้วย
3. การจ่ายเบี้ยประชุมกรรมการให้เบิกจ่ายเป็นรายครั้ง และให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาเบี้ยประชุมกรรมการ พ.ศ. 2547
ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัฒนาเด็กปฐมวัยของชาติ พ.ศ. .... มีสาระสำคัญ ดังนี้
1. หลักการ เพื่อให้เด็กปฐมวัยได้รับการพัฒนาอย่างมีคุณภาพตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและเพื่อประโยชน์ในการประสานการดำเนินงานที่เกี่ยวกับการพัฒนาเด็กปฐมวัยของทุกกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
2. กำหนดให้มี “คณะกรรมการการพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ” ประกอบด้วยนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธานกรรมการโดยตำแหน่ง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่เกิน 15 คน โดยมีผู้ที่เลขาธิการสภาการศึกษามอบหมายเป็นกรรมการและเลขานุการ (ร่างข้อ 5)
3. ให้สำนักงานมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาเรียนรู้ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาทำหน้าที่เป็นสำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการตามข้อ 2 และข้อ 5 (ร่างข้อ 14)
4. ให้สำนักงบประมาณและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดสรรงบประมาณให้สำนักงานตามข้อ 3 อย่างต่อเนื่องตามแผนงานที่กำหนดโดยคณะกรรมการตามข้อ 2 และในเบื้องต้นให้จัดสรรงบประมาณเริ่มแรกที่เหมาะสม (ร่างข้อ 17)
5. กำหนดให้มี “คณะกรรมการสนับสนุนงานเด็กปฐมวัย” ประกอบด้วย รองประธานกรรมการคนที่ 2 ของคณะกรรมการพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ เป็นประธาน กรรมการโดยตำแหน่ง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติที่คัดเลือกกันเองจำนวน 5 คน เป็นกรรมการ (ร่างข้อ 18)
--ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีชุดพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ (นายกรัฐมนตรี) วันที่ 11 ธันวาคม--จบ--