คณะรัฐมนตรีรับทราบความคืบหน้ากรณีสหรัฐอเมริกาใช้มาตรการทุ่มตลาดกับสินค้ากุ้งของไทยตามที่
กระทรวงพาณิชย์เสนอ
ตามที่สหรัฐอเมริกาเปิดการไต่สวนการทุ่มตลาดสินค้ากุ้งจากประเทศจีน เวียดนาม อินเดีย บราซิล
เอกวาดอร์ และไทย ตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2547 โดยครอบคลุมสินค้ากุ้งแช่เย็นแช่แข็ง กุ้งแปรรูปแช่แข็ง และ
กุ้งกระป๋อง และได้ประกาศอัตราอากรตอบโต้การทุ่มตลาด (AD) ขั้นสุดท้ายเมื่อเดือนธันวาคม 2547 รวมทั้ง
แถลงผลการพิจารณาความเสียหายขั้นสุดท้ายเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2548 ว่า อุตสาหกรรมกุ้งสหรัฐฯ ได้รับความ
เสียหายเฉพาะจากกุ้งแช่แข็งที่นำเข้า และแนวความคิดในการรวบรวมข้อมูลและข้อคิดเห็นเพิ่มเติมเพื่อประกอบการ
พิจารณาว่าควรมีการเปิดทบทวนเนื่องจากความเสียหายอันเกิดจากภัยพิบัติจากคลื่นยักษ์สึนามิ (Tsunami) ต่อ
อุตสาหกรรมกุ้งของไทยและอินเดียหรือไม่ นั้น
กระทรวงพาณิชย์รายงานความคืบหน้าของสถานการณ์ ดังนี้
1. สถานการณ์ล่าสุด
1.1 เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2548 กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ (DOC) ได้ประกาศใช้
มาตรการ AD กับสินค้ากุ้งแช่แข็งที่นำเข้าจากไทย และอีก 5 ประเทศอย่างเป็นทางการ และแก้ไขอัตรา AD
เนื่องจากมีข้อผิดพลาดในการคำนวณ โดยจะใช้อัตราใหม่นี้ในการจัดเก็บอากร AD สำหรับการนำเข้า ตั้งแต่
วันที่ 4 สิงหาคม 2547 เป็นต้นมา (วันประกาศผลอัตรา AD เบื้องต้น) โดยมีอัตรา AD ของแต่ละประเทศ ดังนี้
ประเทศ ไทย อินเดีย บราซิล เอกวาดอร์ จีน เวียดนาม
ผู้ส่งออก
- ผู้ส่งออกรายใหญ่ 5.29-6.82 4.94-15.36 4.97-67.80 2.48-4.42 27.89-82.27 4.30-25.76
- บริษัทอื่น ๆ 5.95 10.17 7.05 3.58 112.81 25.76
- บริษัทที่ไม่ถูกรัฐบาลควบคุมกิจการ** - - - - 53.68 -
หมายเหตุ ** เฉพาะในประเทศที่ยังไม่มีระบบตลาดเสรี
1.2 เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2548 คณะกรรมาธิการการค้าระหว่างประเทศ (ITC)
ของสหรัฐฯ ได้ประกาศเปิดรับข้อมูลและข้อคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบจากคลื่นสึนามิต่ออุตสาหกรรมกุ้งของไทย
และอินเดียจนถึงวันที่ 25 มีนาคม 2548 เพื่อพิจารณาว่าจะเปิดทบทวนกรณีสถานการณ์เปลี่ยนแปลง (Changed
Circumstance Review) หรือไม่ภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันปิดรับข้อมูล
1.3 ช่วงปลายเดือนมกราคม 2548 ที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจ (Economic
Counsellor) ประจำสถานทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทยได้เข้าพบหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อขอ
ทราบผลกระทบในภาพรวมของภัยพิบัติครั้งนี้ รวมทั้งได้จัดส่งคณะสำรวจในพื้นที่ที่ได้รับภัยพิบัติในบางจังหวัดและ
เห็นว่ามีความเสียหายอย่างมาก โดยเฉพาะโรงเพาะฟักลูกกุ้งที่เป็นผู้ประกอบการรายย่อย
2. การดำเนินการของกระทรวงพาณิชย์ ได้ดำเนินการ ดังนี้
2.1 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้หยิบยกประเด็นการพิจารณาทบทวนอง ITC
ดังกล่าวขึ้นหารือในคราวที่เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทยได้เข้าเยี่ยมคารวะเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์
2548
2.2 กรมการค้าระหว่างประเทศได้รับแจ้งข้อมูลเบื้องต้นจากภาคเอกชนและข้อมูล
ประเมินความเสียหายที่เป็นทางการจากกรมประมงแล้ว แต่ตัวเลขยังไม่สอดคล้องกัน จึงจะจัดการหารือร่วมทุกฝ่าย
เพื่อประมวลข้อมูลความเสียหายของอุตสาหกรรมกุ้งไทยในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2548 เพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีหลักฐาน
สนับสนุนชัดเจน น่าเชื่อถือ และเป็นไปในแนวทางเดียวกัน เพื่อเตรียมยื่นให้ ITC พิจารณา ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์
จะได้มีหนังสือถึง DOC และผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) เพื่อสนับสนุนให้ ITC พิจารณากรณีของไทยอีกทางหนึ่ง
ด้วย
3. สถานการณ์ส่งออก
การส่งออกกุ้งของไทยในปี 2547 มีปริมาณ 240,953 ตัน มูลค่า 67,319 ล้านบาท
ปริมาณเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.93 แต่มูลค่าลดลงร้อยละ 6.25 เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยตลาดหลักยังคงเป็นสหรัฐฯ ที่
ร้อยละ 55 ตลาดรองคือ ญี่ปุ่น ร้อยละ 19 ส่วนตลาดที่มีแนวโน้มการส่งออกที่ดี คือ เกาหลี
--ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ชุดพ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร) วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2548--จบ--
กระทรวงพาณิชย์เสนอ
ตามที่สหรัฐอเมริกาเปิดการไต่สวนการทุ่มตลาดสินค้ากุ้งจากประเทศจีน เวียดนาม อินเดีย บราซิล
เอกวาดอร์ และไทย ตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2547 โดยครอบคลุมสินค้ากุ้งแช่เย็นแช่แข็ง กุ้งแปรรูปแช่แข็ง และ
กุ้งกระป๋อง และได้ประกาศอัตราอากรตอบโต้การทุ่มตลาด (AD) ขั้นสุดท้ายเมื่อเดือนธันวาคม 2547 รวมทั้ง
แถลงผลการพิจารณาความเสียหายขั้นสุดท้ายเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2548 ว่า อุตสาหกรรมกุ้งสหรัฐฯ ได้รับความ
เสียหายเฉพาะจากกุ้งแช่แข็งที่นำเข้า และแนวความคิดในการรวบรวมข้อมูลและข้อคิดเห็นเพิ่มเติมเพื่อประกอบการ
พิจารณาว่าควรมีการเปิดทบทวนเนื่องจากความเสียหายอันเกิดจากภัยพิบัติจากคลื่นยักษ์สึนามิ (Tsunami) ต่อ
อุตสาหกรรมกุ้งของไทยและอินเดียหรือไม่ นั้น
กระทรวงพาณิชย์รายงานความคืบหน้าของสถานการณ์ ดังนี้
1. สถานการณ์ล่าสุด
1.1 เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2548 กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ (DOC) ได้ประกาศใช้
มาตรการ AD กับสินค้ากุ้งแช่แข็งที่นำเข้าจากไทย และอีก 5 ประเทศอย่างเป็นทางการ และแก้ไขอัตรา AD
เนื่องจากมีข้อผิดพลาดในการคำนวณ โดยจะใช้อัตราใหม่นี้ในการจัดเก็บอากร AD สำหรับการนำเข้า ตั้งแต่
วันที่ 4 สิงหาคม 2547 เป็นต้นมา (วันประกาศผลอัตรา AD เบื้องต้น) โดยมีอัตรา AD ของแต่ละประเทศ ดังนี้
ประเทศ ไทย อินเดีย บราซิล เอกวาดอร์ จีน เวียดนาม
ผู้ส่งออก
- ผู้ส่งออกรายใหญ่ 5.29-6.82 4.94-15.36 4.97-67.80 2.48-4.42 27.89-82.27 4.30-25.76
- บริษัทอื่น ๆ 5.95 10.17 7.05 3.58 112.81 25.76
- บริษัทที่ไม่ถูกรัฐบาลควบคุมกิจการ** - - - - 53.68 -
หมายเหตุ ** เฉพาะในประเทศที่ยังไม่มีระบบตลาดเสรี
1.2 เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2548 คณะกรรมาธิการการค้าระหว่างประเทศ (ITC)
ของสหรัฐฯ ได้ประกาศเปิดรับข้อมูลและข้อคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบจากคลื่นสึนามิต่ออุตสาหกรรมกุ้งของไทย
และอินเดียจนถึงวันที่ 25 มีนาคม 2548 เพื่อพิจารณาว่าจะเปิดทบทวนกรณีสถานการณ์เปลี่ยนแปลง (Changed
Circumstance Review) หรือไม่ภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันปิดรับข้อมูล
1.3 ช่วงปลายเดือนมกราคม 2548 ที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจ (Economic
Counsellor) ประจำสถานทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทยได้เข้าพบหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อขอ
ทราบผลกระทบในภาพรวมของภัยพิบัติครั้งนี้ รวมทั้งได้จัดส่งคณะสำรวจในพื้นที่ที่ได้รับภัยพิบัติในบางจังหวัดและ
เห็นว่ามีความเสียหายอย่างมาก โดยเฉพาะโรงเพาะฟักลูกกุ้งที่เป็นผู้ประกอบการรายย่อย
2. การดำเนินการของกระทรวงพาณิชย์ ได้ดำเนินการ ดังนี้
2.1 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้หยิบยกประเด็นการพิจารณาทบทวนอง ITC
ดังกล่าวขึ้นหารือในคราวที่เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทยได้เข้าเยี่ยมคารวะเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์
2548
2.2 กรมการค้าระหว่างประเทศได้รับแจ้งข้อมูลเบื้องต้นจากภาคเอกชนและข้อมูล
ประเมินความเสียหายที่เป็นทางการจากกรมประมงแล้ว แต่ตัวเลขยังไม่สอดคล้องกัน จึงจะจัดการหารือร่วมทุกฝ่าย
เพื่อประมวลข้อมูลความเสียหายของอุตสาหกรรมกุ้งไทยในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2548 เพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีหลักฐาน
สนับสนุนชัดเจน น่าเชื่อถือ และเป็นไปในแนวทางเดียวกัน เพื่อเตรียมยื่นให้ ITC พิจารณา ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์
จะได้มีหนังสือถึง DOC และผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) เพื่อสนับสนุนให้ ITC พิจารณากรณีของไทยอีกทางหนึ่ง
ด้วย
3. สถานการณ์ส่งออก
การส่งออกกุ้งของไทยในปี 2547 มีปริมาณ 240,953 ตัน มูลค่า 67,319 ล้านบาท
ปริมาณเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.93 แต่มูลค่าลดลงร้อยละ 6.25 เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยตลาดหลักยังคงเป็นสหรัฐฯ ที่
ร้อยละ 55 ตลาดรองคือ ญี่ปุ่น ร้อยละ 19 ส่วนตลาดที่มีแนวโน้มการส่งออกที่ดี คือ เกาหลี
--ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ชุดพ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร) วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2548--จบ--