เรื่อง รายงานการส่งออก-นำเข้าสินค้าระหว่างไทย-จีน (1 ต.ค. 46-31 ก.ค. 48)
ไทย-อินเดีย (1 ก.ย. 47-31 ก.ค. 48) และไทย-ออสเตรเลีย
(1 ม.ค. 48-31 ก.ค. 48)
คณะรัฐมนตรีรับทราบตามที่กระทรวงพาณิชย์รายงานการส่งออก-นำเข้าสินค้าระหว่างไทย-จีน (1 ต.ค. 46-31 ก.ค. 48) ไทย-อินเดีย (1 ก.ย. 47-31 ก.ค. 48) และ ไทย-ออสเตรเลีย (1 ม.ค. 48-31 ก.ค. 48) สรุปได้ดังนี้
1. การออกหนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า
กระทรวงพาณิชย์ได้ออกหนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้าสำหรับการส่งสินค้าออกไปยังประเทศที่มีข้อตกลงฯ ดังกล่าว ตั้งแต่ 1 ต.ค. 46-31 ก.ค. 48 รวมทั้งสิ้น 39,840 ฉบับ มูลค่า 1,907.22 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 75,208.87 ล้านบาท แยกได้ดังนี้
1.1 ไทย-จีน ตั้งแต่ 1 ต.ค. 46-31 ก.ค. 48 สำหรับการส่งออกสินค้าพิกัดฯ 01-08 จำนวน 28,384 ฉบับ ปริมาณ 5,226,489 ตัน มูลค่า 27,245.59 ล้านบาท สินค้าที่ขอหนังสือรับรองฯ มากที่สุด ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังชนิดเป็นชิ้น
1.2 ไทย — อินเดีย ตั้งแต่ 1 ก.ย. 47-31 ก.ค. 48 สำหรับการส่งออกสินค้าตามข้อตกลงฯ จำนวน 82 รายการ จำนวน 1,606 ฉบับ มูลค่า 5,039.01 ล้านบาท สินค้าที่ขอหนังสือรับรองฯ มากที่สุด ได้แก่ โพลิคาร์บอเนต
1.3 ไทย — ออสเตรเลีย ตั้งแต่ 1 ม.ค. — 31 ก.ค. 48 สำหรับการส่งออกสินค้าตามข้อตกลงฯ จำนวน 5,505 รายการ จำนวน 9,850 ฉบับ มูลค่า 42,924.27 ล้านบาท สินค้าที่ขอหนังสือรับรองฯ มากที่สุด ได้แก่ ยานยนต์สำหรับขนส่งของ
2. การส่งออก — นำเข้าตามข้อมูลสถิติของกรมศุลกากร
ตั้งแต่ 1 ต.ค. 46-30 มิ.ย. 48 ไทยส่งออกสินค้าภายใต้ข้อตกลง FTA ไปยังประเทศจีน อินเดีย และ ออสเตรเลีย รวมมูลค่า 88,626.02 ล้านบาท และนำเข้าสินค้าในรายการภายใต้ข้อตกลงฯ รวมมูลค่า 79,898.91 ล้านบาท แยกได้ดังนี้
2.1 ไทย — จีน ตั้งแต่ 1 ต.ค. 46-30 มิ.ย. 48 ไทยส่งออกสินค้าพิกัดฯ 01-08 ปริมาณ 5,040,071 ตัน มูลค่า 24,526.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 31 และ 29 ตามลำดับ เนื่องจากมีการส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังและผลไม้ ได้แก่ ลำไยแห้ง/สด ลิ้นจี่ ทุเรียน และมังคุดเพิ่มขึ้น โดยสินค้าส่งออกที่มีมูลค่ามากที่สุด ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังชนิดเป็นชิ้น ขณะที่ไทยนำเข้าสินค้าพิกัดฯ 01-08 ปริมา 492,931 ตัน มูลค่า 10,930.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 47 และ 33 ตามลำดับ เนื่องจากมีการนำเข้าผลไม้ ได้แก่ แอปเปิ้ล แพร์และควินสด เห็ดแห้ง และปลาแช่แข็งเพิ่มขึ้น โดยสินค้านำเข้าที่มีมูลค่ามากที่สุด ได้แก่ แอปเปิ้ลสด
ตั้งแต่ ต.ค. 46-มิ.ย. 48 ไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้ากับจีน จำนวน 13,595.53 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อน ได้ดุลการค้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 27
2.2 ไทย — อินเดีย ตั้งแต่ 1 ก.ย. 47-30 มิ.ย. 48 ไทยส่งออกสินค้าภายใต้ข้อตกลงฯ จำนวน 82 รายการ มูลค่า 7,895.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 131 เนื่องจากมีการส่งออกโพลิคาร์บอเนต เครื่องรับโทรทัศน์สี หลอดภาพ แคโทดเรย์ และอิพอกไซด์เรซินเพิ่มขึ้น โดยสินค้าส่งออกที่มีมูลค่ามากที่สุด ได้แก่ โพลิคาร์บอเนต ขณะที่ไทยนำเข้าสินค้าภายใต้ข้อตกลงฯ มูลค่า 2,172.54 ล้านบาท ลดลงจากระยะเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 24 เนื่องจากมีการนำเข้าผลิตภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูปทำด้วยเหล็กหรือเหล็กกล้า และอะลูมิเนียมไฮดรอกไซด์ลดลง โดยสินค้านำเข้าที่มีมูลค่ามากที่สุด ได้แก่ กระปุกเกียร์
ตั้งแต่ ก.ย. 47- มิ.ย. 48 ไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้ากับอินเดีย จำนวน 5,723.45 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อนได้ดุลการค้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 898
2.3 ไทย — ออสเตรเลีย ตั้งแต่ ม.ค. — มิ.ย. 48 ไทยส่งออกสินค้าภายใต้ข้อตกลงฯ จำนวน 5,505 รายการ มูลค่า 56,203.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 24 เนื่องจากมีการส่งออกยานยนต์สำหรับขนส่งของ รถยนต์และยานยนต์สำหรับขนส่งบุคคลเพิ่มขึ้น โดยสินค้าส่งออกที่มีมูลค่ามากที่สุด ได้แก่ ยานยนต์ สำหรับขนส่งของ ขณะที่ไทยนำเข้าสินค้าภายใต้ข้อตกลงฯ มูลค่า 66,795.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 91 เนื่องจากได้มีการนำเข้าทองคำยังไม่ได้ขึ้นรูปและน้ำมันปิโตเลียมดิบและน้ำมันที่ได้จากแร่บิทูมินัสเพิ่มขึ้น
ตั้งแต่ ม.ค. — มิ.ย. 48 ไทยขาดดุลการค้ากับออสเตรเลีย จำนวน 10,591.87 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อนซึ่งได้ดุลการค้า 10,573.90 ล้านบาท ขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 200 เนื่องจากมีการนำเข้าทองคำฯ เป็นมูลค่า 21,667.66 ล้านบาท และน้ำมันฯ มูลค่า 13,419.58 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 32 และ 20 ของมูลค่าการนำเข้าทั้งหมด อย่างไรก็ตามหากหักมูลค่าการนำเข้าทองคำฯ และน้ำมันฯ จำนวน 35,087.24 ล้านบาทแล้ว ไทยจะได้ดุลการค้าจำนวน 24,008.90 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อน ซึ่งได้ดุลการค้าจำนวน 17,373.25 ล้านบาท ได้ดุลการค้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 38
--ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ชุดพ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร) วันที่ 16 สิงหาคม 2548--จบ--
ไทย-อินเดีย (1 ก.ย. 47-31 ก.ค. 48) และไทย-ออสเตรเลีย
(1 ม.ค. 48-31 ก.ค. 48)
คณะรัฐมนตรีรับทราบตามที่กระทรวงพาณิชย์รายงานการส่งออก-นำเข้าสินค้าระหว่างไทย-จีน (1 ต.ค. 46-31 ก.ค. 48) ไทย-อินเดีย (1 ก.ย. 47-31 ก.ค. 48) และ ไทย-ออสเตรเลีย (1 ม.ค. 48-31 ก.ค. 48) สรุปได้ดังนี้
1. การออกหนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า
กระทรวงพาณิชย์ได้ออกหนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้าสำหรับการส่งสินค้าออกไปยังประเทศที่มีข้อตกลงฯ ดังกล่าว ตั้งแต่ 1 ต.ค. 46-31 ก.ค. 48 รวมทั้งสิ้น 39,840 ฉบับ มูลค่า 1,907.22 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 75,208.87 ล้านบาท แยกได้ดังนี้
1.1 ไทย-จีน ตั้งแต่ 1 ต.ค. 46-31 ก.ค. 48 สำหรับการส่งออกสินค้าพิกัดฯ 01-08 จำนวน 28,384 ฉบับ ปริมาณ 5,226,489 ตัน มูลค่า 27,245.59 ล้านบาท สินค้าที่ขอหนังสือรับรองฯ มากที่สุด ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังชนิดเป็นชิ้น
1.2 ไทย — อินเดีย ตั้งแต่ 1 ก.ย. 47-31 ก.ค. 48 สำหรับการส่งออกสินค้าตามข้อตกลงฯ จำนวน 82 รายการ จำนวน 1,606 ฉบับ มูลค่า 5,039.01 ล้านบาท สินค้าที่ขอหนังสือรับรองฯ มากที่สุด ได้แก่ โพลิคาร์บอเนต
1.3 ไทย — ออสเตรเลีย ตั้งแต่ 1 ม.ค. — 31 ก.ค. 48 สำหรับการส่งออกสินค้าตามข้อตกลงฯ จำนวน 5,505 รายการ จำนวน 9,850 ฉบับ มูลค่า 42,924.27 ล้านบาท สินค้าที่ขอหนังสือรับรองฯ มากที่สุด ได้แก่ ยานยนต์สำหรับขนส่งของ
2. การส่งออก — นำเข้าตามข้อมูลสถิติของกรมศุลกากร
ตั้งแต่ 1 ต.ค. 46-30 มิ.ย. 48 ไทยส่งออกสินค้าภายใต้ข้อตกลง FTA ไปยังประเทศจีน อินเดีย และ ออสเตรเลีย รวมมูลค่า 88,626.02 ล้านบาท และนำเข้าสินค้าในรายการภายใต้ข้อตกลงฯ รวมมูลค่า 79,898.91 ล้านบาท แยกได้ดังนี้
2.1 ไทย — จีน ตั้งแต่ 1 ต.ค. 46-30 มิ.ย. 48 ไทยส่งออกสินค้าพิกัดฯ 01-08 ปริมาณ 5,040,071 ตัน มูลค่า 24,526.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 31 และ 29 ตามลำดับ เนื่องจากมีการส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังและผลไม้ ได้แก่ ลำไยแห้ง/สด ลิ้นจี่ ทุเรียน และมังคุดเพิ่มขึ้น โดยสินค้าส่งออกที่มีมูลค่ามากที่สุด ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังชนิดเป็นชิ้น ขณะที่ไทยนำเข้าสินค้าพิกัดฯ 01-08 ปริมา 492,931 ตัน มูลค่า 10,930.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 47 และ 33 ตามลำดับ เนื่องจากมีการนำเข้าผลไม้ ได้แก่ แอปเปิ้ล แพร์และควินสด เห็ดแห้ง และปลาแช่แข็งเพิ่มขึ้น โดยสินค้านำเข้าที่มีมูลค่ามากที่สุด ได้แก่ แอปเปิ้ลสด
ตั้งแต่ ต.ค. 46-มิ.ย. 48 ไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้ากับจีน จำนวน 13,595.53 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อน ได้ดุลการค้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 27
2.2 ไทย — อินเดีย ตั้งแต่ 1 ก.ย. 47-30 มิ.ย. 48 ไทยส่งออกสินค้าภายใต้ข้อตกลงฯ จำนวน 82 รายการ มูลค่า 7,895.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 131 เนื่องจากมีการส่งออกโพลิคาร์บอเนต เครื่องรับโทรทัศน์สี หลอดภาพ แคโทดเรย์ และอิพอกไซด์เรซินเพิ่มขึ้น โดยสินค้าส่งออกที่มีมูลค่ามากที่สุด ได้แก่ โพลิคาร์บอเนต ขณะที่ไทยนำเข้าสินค้าภายใต้ข้อตกลงฯ มูลค่า 2,172.54 ล้านบาท ลดลงจากระยะเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 24 เนื่องจากมีการนำเข้าผลิตภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูปทำด้วยเหล็กหรือเหล็กกล้า และอะลูมิเนียมไฮดรอกไซด์ลดลง โดยสินค้านำเข้าที่มีมูลค่ามากที่สุด ได้แก่ กระปุกเกียร์
ตั้งแต่ ก.ย. 47- มิ.ย. 48 ไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้ากับอินเดีย จำนวน 5,723.45 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อนได้ดุลการค้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 898
2.3 ไทย — ออสเตรเลีย ตั้งแต่ ม.ค. — มิ.ย. 48 ไทยส่งออกสินค้าภายใต้ข้อตกลงฯ จำนวน 5,505 รายการ มูลค่า 56,203.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 24 เนื่องจากมีการส่งออกยานยนต์สำหรับขนส่งของ รถยนต์และยานยนต์สำหรับขนส่งบุคคลเพิ่มขึ้น โดยสินค้าส่งออกที่มีมูลค่ามากที่สุด ได้แก่ ยานยนต์ สำหรับขนส่งของ ขณะที่ไทยนำเข้าสินค้าภายใต้ข้อตกลงฯ มูลค่า 66,795.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 91 เนื่องจากได้มีการนำเข้าทองคำยังไม่ได้ขึ้นรูปและน้ำมันปิโตเลียมดิบและน้ำมันที่ได้จากแร่บิทูมินัสเพิ่มขึ้น
ตั้งแต่ ม.ค. — มิ.ย. 48 ไทยขาดดุลการค้ากับออสเตรเลีย จำนวน 10,591.87 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อนซึ่งได้ดุลการค้า 10,573.90 ล้านบาท ขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 200 เนื่องจากมีการนำเข้าทองคำฯ เป็นมูลค่า 21,667.66 ล้านบาท และน้ำมันฯ มูลค่า 13,419.58 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 32 และ 20 ของมูลค่าการนำเข้าทั้งหมด อย่างไรก็ตามหากหักมูลค่าการนำเข้าทองคำฯ และน้ำมันฯ จำนวน 35,087.24 ล้านบาทแล้ว ไทยจะได้ดุลการค้าจำนวน 24,008.90 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อน ซึ่งได้ดุลการค้าจำนวน 17,373.25 ล้านบาท ได้ดุลการค้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 38
--ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ชุดพ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร) วันที่ 16 สิงหาคม 2548--จบ--