คณะรัฐมนตรีพิจารณาเรื่อง แผนทิศทางการพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government) ของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร แล้วมีมติเห็นชอบในหลักการตามที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเสนอทั้ง 3 ข้อ และให้ดำเนินการต่อไปได้ ดังนี้
1. เห็นชอบแผนทิศทางการพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government) โดยให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเป็นหน่วยงานเจ้าภาพในการดำเนินการ
2. มอบหมายให้คณะกรรมการดำเนินโครงการรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ดำเนินการเพื่อบูรณาการระบบเครือข่ายสารสนเทศภาครัฐ (Network Infrastructure)
3. มอบหมายให้ทุกกระทรวงจัดตั้งทีมงาน (Project Management Office) ที่ทำหน้าที่รับผิดชอบในส่วนของภารกิจการพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ที่ทำงานในลักษณะเต็มเวลา (Full Time) และมีผู้รับผิดชอบโดยตรงและประสานงานกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอย่างใกล้ชิด
ในส่วนของแผนการพัฒนาบุคลากรด้าน ICT ได้มอบหมายให้คณะกรรมการดำเนินงานโครงการรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ดำเนินการจัดทำแผนพัฒนา และจัดลำดับความสำคัญมานำเสนอในโอกาสต่อไป
ทั้งนี้ ให้รับความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปประกอบการดำเนินการด้วย สำหรับงบประมาณค่าใช้จ่ายให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงบประมาณ
ซึ่งแผนทิศทางการพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government) ดังกล่าวมีสาระสำคัญ ดังนี้
1. ภาพรวมสถานภาพการพัฒนา ที่ผ่านมาพบว่ามีมาตรฐานที่แตกต่างกันทั้งในด้านข้อมูลการเชื่อมโยงเครือข่าย และความไม่พร้อมในโครงสร้างพื้นฐานและปัจจัยอื่น ๆ ที่สำคัญ ทำให้ระบบที่มีอยู่ไม่สามารถบูรณาการเชื่อมโยงให้เกิดบริการแก่ประชาชนและภาคธุรกิจได้ตามเป้าประสงค์ที่กำหนด
2. ยุทธศาสตร์การพัฒนา ได้กำหนดกรอบทิศทางการดำเนินงานภายใต้ 4 ยุทธศาสตร์ คือ ยุทธศาสตร์ที่ 1 : การสร้างความเป็นผู้นำและการบริหารจัดการ ยุทธศาสตร์ที่ 2 : การพัฒนาการให้บริการภาครัฐผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ยุทธศาสตร์ที่ 3 : การพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน และยุทธศาสตร์ที่ 4 : การพัฒนาปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับในกระบวนการให้บริการของภาครัฐ
3. แผนปฏิบัติการรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (Action Plan) ในช่วงปี พ.ศ.2548-2550 ได้กำหนดแผนดำเนินงานรวม 15 แผนงาน ใน 4 หัวข้อ คือ
3.1 การบริการ (e-Services)
(1) พัฒนาเว็บท่ารัฐบาล (Government Portal) ที่เป็นศูนย์กลางของรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ในการให้บริการประชาชนและภาคธุรกิจ ในลักษณะรัฐต่อประชาชน (G2C) รัฐต่อเอกชน (G2B) รัฐต่อรัฐ (G2G) และรัฐต่อข้าราชการและพนักงานของรัฐ (G2E)
(2) ส่งเสริมแต่ละกรมให้มี e-Service เพิ่มขึ้นได้อย่างน้อย 1 บริการ
(3) กำหนดให้มีบริการอย่างน้อย 15 บริการต่อปีสามารถเข้าสู่บริการได้หลายช่องทาง
3.2 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ใน 3 ด้านเครือข่ายสื่อสาร (Network) ด้านข้อมูลสารสนเทศ (Information) และด้านความมั่นคงปลอดภัย (Security) เพื่อให้การบริการเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลทั่วถึงและประหยัด
ด้านเครือข่ายสื่อสาร (Network)
(1) สร้างเครือข่ายสื่อสารคอมพิวเตอร์เชื่อมโยงระดับกรมได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ
(2) สร้างเครือข่ายที่ให้บริการ IP Services ระหว่างกรมที่มีความปลอดภัย
(3) กำหนด Network Directory ของหน่วยงาน
ด้านข้อมูลสารสนเทศ (Information)
(1) ให้มี Road-map ของ Information Framework ของหน่วยงานอย่างจริงจัง เพื่อรองรับงาน PMOC/MOC และ DOC
(2) จัดทำมาตรฐานกลางเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานได้โดยอิง eGIF Framework
ด้านความมั่นคงปลอดภัย (Security)
(1) พัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยของเครือข่ายภายในหน่วยงานระดับกรม โดยใช้ VPN
(2) พัฒนาระบบบริการข้อมูลผ่านแม่ข่าย SSL Server
(3) ส่งเสริมให้ทุกหน่วยงานอิงระบบรักษาความปลอดภัย ISO 17799
3.3 การออกกฎข้อบังคับ (Regulation) ผลักดันการประกาศใช้กฎหมายธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ พระราชบัญญัติว่าด้วยความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ กฎหมายเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ทั่วถึงและเท่าเทียมกัน
3.4 ส่วน MICT
(1) จัดตั้งสำนักงาน E-Government Agency (EGA)
(2) พัฒนากระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารให้เป็นต้นแบบในการใช้ ICT อย่างเป็นเลิศ เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีแก่หน่วยงานของภาครัฐอื่น
4. จากแผนทิศทางการพัฒนาฯ จะส่งผลให้รัฐบาลมีระบบความพร้อมทางด้านเครือข่ายที่สามารถบัญชาการ ประสานงาน และการตรวจสอบหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดขั้นตอน เวลาการให้บริการ และค่าใช้จ่ายของหน่วยงานภาครัฐ ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการทำงานระหว่างภาครัฐและเอกชน รวมทั้งช่วยลดช่องว่างในการเข้าถึงบริการภาครัฐทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคให้เท่าเทียมกัน ประชาชนได้รับและเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง รวดเร็ว และทันสมัย สามารถใช้ประโยชน์ในการวางแผนประกอบกิจการที่เกี่ยวข้องได้
--ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ชุดพ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร) วันที่ 16 สิงหาคม 2548--จบ--
1. เห็นชอบแผนทิศทางการพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government) โดยให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเป็นหน่วยงานเจ้าภาพในการดำเนินการ
2. มอบหมายให้คณะกรรมการดำเนินโครงการรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ดำเนินการเพื่อบูรณาการระบบเครือข่ายสารสนเทศภาครัฐ (Network Infrastructure)
3. มอบหมายให้ทุกกระทรวงจัดตั้งทีมงาน (Project Management Office) ที่ทำหน้าที่รับผิดชอบในส่วนของภารกิจการพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ที่ทำงานในลักษณะเต็มเวลา (Full Time) และมีผู้รับผิดชอบโดยตรงและประสานงานกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอย่างใกล้ชิด
ในส่วนของแผนการพัฒนาบุคลากรด้าน ICT ได้มอบหมายให้คณะกรรมการดำเนินงานโครงการรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ดำเนินการจัดทำแผนพัฒนา และจัดลำดับความสำคัญมานำเสนอในโอกาสต่อไป
ทั้งนี้ ให้รับความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปประกอบการดำเนินการด้วย สำหรับงบประมาณค่าใช้จ่ายให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงบประมาณ
ซึ่งแผนทิศทางการพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government) ดังกล่าวมีสาระสำคัญ ดังนี้
1. ภาพรวมสถานภาพการพัฒนา ที่ผ่านมาพบว่ามีมาตรฐานที่แตกต่างกันทั้งในด้านข้อมูลการเชื่อมโยงเครือข่าย และความไม่พร้อมในโครงสร้างพื้นฐานและปัจจัยอื่น ๆ ที่สำคัญ ทำให้ระบบที่มีอยู่ไม่สามารถบูรณาการเชื่อมโยงให้เกิดบริการแก่ประชาชนและภาคธุรกิจได้ตามเป้าประสงค์ที่กำหนด
2. ยุทธศาสตร์การพัฒนา ได้กำหนดกรอบทิศทางการดำเนินงานภายใต้ 4 ยุทธศาสตร์ คือ ยุทธศาสตร์ที่ 1 : การสร้างความเป็นผู้นำและการบริหารจัดการ ยุทธศาสตร์ที่ 2 : การพัฒนาการให้บริการภาครัฐผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ยุทธศาสตร์ที่ 3 : การพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน และยุทธศาสตร์ที่ 4 : การพัฒนาปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับในกระบวนการให้บริการของภาครัฐ
3. แผนปฏิบัติการรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (Action Plan) ในช่วงปี พ.ศ.2548-2550 ได้กำหนดแผนดำเนินงานรวม 15 แผนงาน ใน 4 หัวข้อ คือ
3.1 การบริการ (e-Services)
(1) พัฒนาเว็บท่ารัฐบาล (Government Portal) ที่เป็นศูนย์กลางของรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ในการให้บริการประชาชนและภาคธุรกิจ ในลักษณะรัฐต่อประชาชน (G2C) รัฐต่อเอกชน (G2B) รัฐต่อรัฐ (G2G) และรัฐต่อข้าราชการและพนักงานของรัฐ (G2E)
(2) ส่งเสริมแต่ละกรมให้มี e-Service เพิ่มขึ้นได้อย่างน้อย 1 บริการ
(3) กำหนดให้มีบริการอย่างน้อย 15 บริการต่อปีสามารถเข้าสู่บริการได้หลายช่องทาง
3.2 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ใน 3 ด้านเครือข่ายสื่อสาร (Network) ด้านข้อมูลสารสนเทศ (Information) และด้านความมั่นคงปลอดภัย (Security) เพื่อให้การบริการเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลทั่วถึงและประหยัด
ด้านเครือข่ายสื่อสาร (Network)
(1) สร้างเครือข่ายสื่อสารคอมพิวเตอร์เชื่อมโยงระดับกรมได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ
(2) สร้างเครือข่ายที่ให้บริการ IP Services ระหว่างกรมที่มีความปลอดภัย
(3) กำหนด Network Directory ของหน่วยงาน
ด้านข้อมูลสารสนเทศ (Information)
(1) ให้มี Road-map ของ Information Framework ของหน่วยงานอย่างจริงจัง เพื่อรองรับงาน PMOC/MOC และ DOC
(2) จัดทำมาตรฐานกลางเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานได้โดยอิง eGIF Framework
ด้านความมั่นคงปลอดภัย (Security)
(1) พัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยของเครือข่ายภายในหน่วยงานระดับกรม โดยใช้ VPN
(2) พัฒนาระบบบริการข้อมูลผ่านแม่ข่าย SSL Server
(3) ส่งเสริมให้ทุกหน่วยงานอิงระบบรักษาความปลอดภัย ISO 17799
3.3 การออกกฎข้อบังคับ (Regulation) ผลักดันการประกาศใช้กฎหมายธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ พระราชบัญญัติว่าด้วยความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ กฎหมายเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ทั่วถึงและเท่าเทียมกัน
3.4 ส่วน MICT
(1) จัดตั้งสำนักงาน E-Government Agency (EGA)
(2) พัฒนากระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารให้เป็นต้นแบบในการใช้ ICT อย่างเป็นเลิศ เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีแก่หน่วยงานของภาครัฐอื่น
4. จากแผนทิศทางการพัฒนาฯ จะส่งผลให้รัฐบาลมีระบบความพร้อมทางด้านเครือข่ายที่สามารถบัญชาการ ประสานงาน และการตรวจสอบหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดขั้นตอน เวลาการให้บริการ และค่าใช้จ่ายของหน่วยงานภาครัฐ ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการทำงานระหว่างภาครัฐและเอกชน รวมทั้งช่วยลดช่องว่างในการเข้าถึงบริการภาครัฐทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคให้เท่าเทียมกัน ประชาชนได้รับและเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง รวดเร็ว และทันสมัย สามารถใช้ประโยชน์ในการวางแผนประกอบกิจการที่เกี่ยวข้องได้
--ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ชุดพ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร) วันที่ 16 สิงหาคม 2548--จบ--