นายธีระพงษ์ รอดประเสริฐ อธิบดี
กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม กล่าวว่า จากการที่มีการเผยแพร่ข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ว่า พาสปอร์ตรถยนต์สามารถนำไปใช้ได้ทันทีในกลุ่มประเทศ
อาเซียน 7 ประเทศ โดยไม่ต้องทำเรื่องขออนุญาตใด ๆ เพิ่มเติมนั้น กรณีดังกล่าวเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เนื่องจากการนำรถออกไปใช้นอกประเทศ เจ้าของรถต้องดำเนินการทาง
ทะเบียนรถให้ถุกต้องตามระเบียบ
กรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยการออกเอกสารและเครื่องหมายกำกับรถเพื่อนำไปใช้ระหว่างประเทศ และต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดเงื่อนไขการนำรถเข้าประเทศ ซึ่งอาจมีเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องแสดงเป็นการเฉพาะ เช่น ประกันภัยของประเทศนั้น ๆ ส่วนหนังสืออนุญาตรถระหว่างประเทศหรือพาสปอร์ตรถ สามารถนำไปใช้ได้ในประเทศที่มีความตกลงร่วมกัน ซึ่งขณะนี้มีเพียง 2 ประเทศ คือ สปป.ลาว และกัมพูชา ส่วนประเทศอื่น ๆ ยังไม่มีความตกลงในเรื่องนี้ หากต้องการนำรถไฟใช้ จะต้องมีเอกสารและเครื่องหมายกำกับรถ ได้แก่ หนังสืออนุญาตรถระหว่างประเทศ หรือพาสปอร์ตรถ (เฉพาะการนำรถไปใช้ใน สปป.ลาว และกัมพูชา) เครื่องหมายแสดงประเทศ หนังสือรับรองการตรวจสภาพรถเพื่อการใช้รถออกนอกราชอาณาจักร แผ่นป้าย
ทะเบียนรถที่เป็นภาษาอังกฤษ และหนังสือรับรองการจด
ทะเบียนรถที่แปลเป็นภาษาอังกฤษ กรณีที่ต้องการขับรถในต่างประเทศ ต้องมีใบอนุญาตขับรถแบบสมาร์ทการ์ด ซึ่งจะแสดงข้อมูลเจ้าของบัตรเป็นภาษาอังกฤษ ทำให้สามารถนำไปใช้แสดงตนเพื่อขับรถในประเทศสมาชิก
อาเซียนได้
สำหรับการขอหนังสืออนุญาตรถระหว่างประเทศ เครื่องหมายแสดงประเทศ และแผ่นป้ายทะเบียนรถที่เป็นภาษาอังกฤษ สามารถยื่นคำขอพร้อมหลักฐาน ประกอบด้วย สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนรถ รายการแสดงการเสียภาษีรถประจำปี บัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าของรถ หรือสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล และหนังสือมอบอำนาจ กรณีมิได้มาดำเนินการด้วยตนเอง พร้อมบัตรประจำตัวประชาชนผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ โดยหนังสืออนุญาตรถระหว่างประเทศ หรือพาสปอร์ตรถมี 3 ประเภท ได้แก่ รถยนต์ ใช้เล่มสีม่วง รถยนต์โดยสารและรถบรรทุก ใช้สีเขียว รถยนต์คณะผู้แทนทางการทูต ใช้สีฟ้า และพาสปอร์ตจะมีระยะเวลาการสิ้นอายุ ตรงตามกำหนดวันสิ้นอายุภาษีรถประจำปี หนังสืออนุญาตรถระหว่างประเทศ สามารถยื่นคำขอพร้อมหลักฐานได้ที่สำนักงานขนส่งทุกแห่งทั่วประเทศ ส่วนแผ่นป้ายทะเบียนที่เป็นภาษาอังกฤษ ยื่นคำขอและหลักฐาน ณ สำนักงานขนส่งเขตพื้นที่ที่รถนั้นจดทะเบียนอยู่ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กรมการขนส่งทางบก หรือสำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ
ที่มา : กรมการขนส่งทางบก
ผู้เสนอ : กองสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม
ที่มา: http://www.thaigov.go.th