นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า รัฐบาลไทยและรัฐบาลพม่าประสงค์ให้ทางญี่ปุ่นเข้ามาร่วมโครงการทวาย และต้องการเห็นความร่วมมือของ 3 ฝ่ายเกิดขึ้นโดยเร็ว
ทั้งนี้ ไทยยังมีความต้องการเพิ่มความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจกับญี่ปุ่นภายใต้กรอบความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA)ให้เต็มประสิทธิภาพ รวมถึงมีการเปิดเสรีสินค้าเกษตรไทยเพิ่มขึ้น นอกจากนั้น ยังหารือร่วมกันที่จะส่งเสริมผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก(เอสเอ็มอี)จากญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านอากาศยาน ยานยนต์ หรือพลังงาน
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า อยากเห็นทั้ง 2 ประเทศมีบทบาทร่วมกันในการเข้ามาร่วมพัฒนาในภูมิภาคอาเซียน โดยรัฐบาลไทยเรียกร้องให้ปมความขัดแย้งของญี่ปุ่นและจีนได้รับการแก้ไขด้วยสันติวิธีโดยเร็ว และรัฐบาลไทยต้องการเห็นการหารือ 6 ฝ่ายที่ควรจะมีการรื้อฟื้นขึ้นมาโดยเร็ว
"การเดินทางมาเยือนของนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นครั้งนี้ เป็นการยืนยันถึงเจตนารมณ์ที่จะเสริมสร้างความสัมพันธ์ และการพัฒนายุทธศาสตร์การเป็นหุ้นส่วนของ 2 ประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นต่อไป"น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังแสดงความเห็นใจครอบครัวชาวญี่ปุ่นที่ถูกจับเป็นตัวประกันในประเทศแอลจีเรีย โดยรัฐบาลไทยขอประณามการก่อการร้ายทุกรูปแบบ และเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวโดยเร็ว
ขณะที่นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวว่า ในการหารือวันนี้ทั้งฝ่ายยืนยันที่จะพัฒนาความเป็นหุ้นส่วนในทุก ๆ ด้าน รวมถึงผลประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจ ทั้งนี้รัฐบาลญี่ปุ่นให้ความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะญี่ปุ่นมีความประสงค์จะเข้ามาช่วยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในประเทศไทย
ทั้งสองฝ่ายยังเห็นร่วมกันว่าไม่เพียงแต่มีความร่วมมือกันในระดับทวิภาคี แต่ต้องการเห็นการพัฒนาในภูมิภาคอาเซียน โดยมีความหวังต่อความเป็นผู้นำของประเทศไทยที่จะมีส่วนช่วยในการพัฒนาภูมิภาคอาเซียน นอกจากนี้ หวังว่าความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นกับอาเซียนที่มีระยะเวลามาถึง 40 ปี จะได้รับความร่วมมือที่ดีต่อไปในภูมิภาคอาเซียน
นายอาเบะ กล่าวว่า รัฐบาลญี่ปุ่นรู้สึกมีความพึงพอใจในการหารือร่วมกัน รวมถึงการพัฒนาและแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างไทยและญี่ปุ่น พร้อมทั้งขอบคุณต่อการแสดงความห่วงครอบครัวชาวญี่ปุ่นที่แอลจีเรีย ซึ่งขณะนี้ทางการญี่ปุ่นจัดตั้งสำนักงานพิเศษที่จะรับมือต่อการก่อการร้าย โดยจะรวบรวมข้อมูลและพยายามอย่างเต็มที่ที่จะช่วยเหลือเหยื่อการก่อการร้ายโดยเร็วที่สุด