ทั้งนี้ ในช่วงวันที่ 25 ก.ย. - 7 ต.ค.58 ที่ผ่านมา กรมชลประทานได้จัดประชุมผู้นำและสมาชิกกลุ่มผู้ใช้น้ำในเขตชลประทานลุ่มน้ำเจ้าพระยาทั้งหมด 22 จังหวัด ประมาณ 20,000 คน รวมถึงผู้ที่ใช้น้ำนอกเขตชลประทาน ซึ่งส่วนใหญ่ใช้น้ำจากสถานีสูบน้ำที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์กรปกครองท้องถิ่น อีกจำนวน 386 สถานี เพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำในช่วงฤดูแล้งปี 2558/59 พร้อมขอความร่วมมืองดปลูกข้าวนาปรัง โดยขอให้เปลี่ยนไปปลูกพืชใช้น้ำน้อยแทน หรือกิจกรรมอื่นตามมาตรการช่วยเหลือของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือ 1.การส่งเสริมความรู้และการสนับสนุนปัจจัยการผลิต เพื่อลดรายจ่ายในครัวเรือน 2.การชะลอหรือขยายระยะเวลาการชำระหนี้ที่เกษตรกรมีภาระหนี้กับสถาบันการเงิน 3.การจ้างงานเพื่อสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร 4.การเสนอโครงการตามความต้องการของชุมชน เพื่อบรรเทาผลกระทบภัยแล้ง 5.การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ 6.การเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุน 7.การเสริมสร้างสุขภาพและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และ 8.การสนับสนุนอื่นๆ
อนึ่ง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจแก้ไขปัญหาวิกฤตภัยแล้งระดับชาติ และระดับจังหวัด ปี 2558/59 ขึ้น เพื่อบูรณาการหน่วยงานต่างๆ ลงพื้นที่สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำในช่วงฤดูแล้งปี 2558/2559 แก่กลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำ และประชาชนทั่วประเทศ โดยจัดตั้งศูนย์บัญชาการที่ห้องศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลเกษตร(ห้อง 137) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งกรมชลประทานได้สนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ NoteBook และ Printer พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ด้านต่างๆ ที่จะปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานอื่นๆ ทั้งนี้ ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจฯ จะเริ่มดำเนินการลงพื้นที่ควบคู่ไปกับการจัดประชุมกลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทานทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม 2558 เป็นต้นไป