ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวันนี้ว่า พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่เพิ่มอีก 5 ราย โดยเป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้าพักใน State Quarantine มาจากเยอรมนี 1 ราย สวีเดน 1 ราย อิหร่าน 1 ราย เคนยา 1 ราย และสวิตเซอร์แลนด์ 1 ราย
ผู้ป่วยรายใหม่รายแรกมาจากเยอรมนี เป็นชายสัญชาติเยอรมัน อายุ 70 ปี เดินทางมาถึงไทยเมื่อวันที่ 5 พ.ย.63 เข้าพัก Alternative State Quarantine ในกรุงเทพฯ ตรวจหาเชื้อในวันที่ห้าเมื่อวันที่ 10 พ.ย.63 พบเชื้อแต่ไม่มีอาการ เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลเอกชน
รายที่สองเป็นนักศึกษาหญิงไทย อายุ 30 ปี เดินทางจากสวีเดนมาถึงไทยเมื่อวันที่ 5 พ.ย.63 เข้าพัก State Quarantine ในจังหวัดชลบุรี ตรวจหาเชื้อในวันที่ห้าเมื่อวันที่ 10 พ.ย.63 พบเชื้อ มีอาการไข้ 37.6 องศาเซลเซียส เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลบางละมุง
รายที่สามมาจากอิหร่าน เป็นชายไทย อายุ 45 ปี อาชีพช่างเชื่อมเหล็ก เดินทางถึงไทยเมื่อวันที่ 5 พ.ย.63 เข้าพัก State Quarantine ในกรุงเทพฯ ตรวจหาเชื้อในวันที่ห้าเมื่อวันที่ 10 พ.ย.63 พบเชื้อแต่ไม่มีอาการ เข้ารับการรักษาที่สถาบันโรคทรวงอก
รายที่สี่มาจากเคนยา เป็นชายไทย อายุ 58 ปี อาชีพค้าขาย เดินทางถึงไทยเมื่อวันที่ 6 พ.ย.63 เข้าพัก State Quarantine ในจังหวัดชลบุรี ตรวจหาเชื้อในวันที่สามเมื่อวันที่ 9 พ.ย.63 พบเชื้อแต่ไม่มีอาการ เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลวัดญาณสังวราราม
รายที่ห้ามาจากสวิตเซอร์แลนด์ เป็นหญิงไทย อายุ 65 ปี เดินทางถึงไทยเมื่อวันที่ 7 พ.ย.63 เข้าพัก AlternativeState Quarantine ในจังหวัดสมุทรปราการ ตรวจหาเชื้อในวันที่สองเมื่อวันที่ 9 พ.ย.63 พบเชื้อ มีอาการไข้ 37.9 องศาเซลเซียส ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศรีษะ เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชน
สำหรับจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมในประเทศล่าสุดอยู่ที่ 3,852 ราย เป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อภายในประเทศ 2,453 ราย และผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 1,399 ราย ส่วนผู้ป่วยรักษาหายแล้วเพิ่มอีก 8 ราย รวมเป็น 3,693 ราย และ ยังมีผู้ป่วยรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 99 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมคงที่ 60 ราย
ขณะที่สถานการณ์ทั่วโลกล่าสุดมีผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ 613,436 ราย ส่งผลให้มีผู้ป่วยติดเชื้อสะสมรวม 52,432,183 ราย ผู้เสียชีวิตรวม 1,289,529 ราย โดยสหรัฐมีผู้ป่วยมากสุด 10,708,630 ราย ตามด้วยอินเดีย 8,684,039 ราย บราซิล 5,749,007 ราย ฝรั่งเศส 1,865,538 ราย และรัสเซีย 1,836,960 ราย ส่วนไทยอยู่ที่อันดับ 149