สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัย เรื่อง ข้อเสนอเจรจาระหว่าง พล.อ.เปรม กับ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ในสายตาสาธารณชน กับ บันทึกเชิงนโยบายเพื่อจุดตั้งต้นของความปรองดองตามระบอบประชาธิปไตย พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 73.3 คิดว่าเรื่องการปรองดองกำลังเป็นเครื่องมือของการแย่งชิงอำนาจทางการเมือง ในขณะที่ร้อยละ 26.7 ไม่คิดเช่นนั้น นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 65.4 คิดว่าคณะกรรมการปรองดองกลายเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาความขัดแย้งแตกแยกของคนในชาติ ในขณะที่ร้อยละ 34.6 ไม่คิดว่าเป็น
ประเด็นที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 80.0 ระบุว่าตลอดประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาคิดว่า กลุ่มนักการเมืองมีความขัดแย้งแตกแยกกันมาโดยตลอดอยู่แล้ว ในขณะที่ร้อยละ 17.7 ระบุว่าในอดีตมีความปรองดองต่อกัน แต่หลังปี 2549 หรือหลังการยึดอำนาจทำให้เกิดความขัดแย้งแตกแยกขึ้นมา และร้อยละ 2.3 ไม่มีความเห็น
อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 61.6 คิดว่าความขัดแย้งทางการเมืองในขณะนี้เป็นเรื่องปกติธรรมดาของการปกครองระบอบประชาธิปไตย ในขณะที่ร้อยละ 38.4 คิดว่าไม่ใช่เรื่องปกติธรรมดา
ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 82.4 คิดว่าควรปล่อยให้ความขัดแย้งในขณะนี้เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย ในขณะที่ ร้อยละ 17.6 คิดว่า ควรมีการยึดอำนาจ
นอกจากนี้ ร้อยละ 38.3 ไม่เชื่อมั่นว่าการเจรจากันของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ กับ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร จะทำให้เกิดความปรองดองของคนในชาติ ในขณะที่ร้อยละ 27.4 เชื่อมั่น และร้อยละ 34.3 ไม่แน่ใจ