ทั้งนี้ ร.อ.ทินพันธุ์ นาคาตะ ประธาน สปท.ได้กล่าวถึงแนวทางการทำแผนการปฏิรูป ได้แก่ 1.แผนการปฏิรูปจะต้องเป็นเรื่องที่ กมธ.เห็นว่าเป็นเรื่องสมควรปฏิรูป โดยคำนึงถึงความสำคัญเร่งด่วนและความสัมฤทธิ์ ซึ่งกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว 2557 มาตรา 39/2 รวมทั้งจะต้องระบุปัญหาต่างๆที่จะต้องมีการปฏิรูป 2.วิธีการปฏิรูป กมธ.จะต้องวิเคราะห์จัดทำแนวทางเกี่ยวกับเรื่องการปฏิรูปและแนวทางการแก้ไขปัญหาตามข้อหนึ่ง 3.กำหนดเวลาการปฏิรูป จะต้องกำหนดระยะเวลาให้ชัดเจนไว้เป็น 3 ระยะ ตามหนังสือสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่อง ดำรินายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับการอภิปรายทั่วไปเพื่อเสนอวิธีการปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน 4.แหล่งที่มาของงบประมาณ กรณีที่จะต้องใช้เงินงบประมาณในการปฏิรูป กมธ.จะต้องเสนอแหล่งที่มาของเงินงบประมาณให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ และ 5.หน่วยงานที่รับผิดชอบ กมธ.จะต้องเสนอในรายงานเรื่องที่จะปฏิรูปนั้นๆ ว่าอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานใด
"ต้องเข้าใจให้ตรงกัน แนวทางการทำแผนการปฏิรูปเป็นไปตามหนังสือจากสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งหมายความว่า กมธ.ทั้ง 11+1 ด้าน ต้องมีแผนงานที่เป็นวาระเร่งด่วนสำหรับการปฏิรูปที่ต้องทำในรัฐบาลชุดนี้ รวมทั้งต้องทำแผนงานในระยะยาวเพื่อมอบให้กับรัฐบาลชุดต่อไปมารับช่วงต่อ" นายคำนูณ กล่าว
ขณะที่แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ โฆษก สปท. กล่าวว่า ที่ประชุมฯ ยังได้รับรองรายงานของคณะกรรมการพิจารณาและกลั่นกรองการดำรงตำแหน่ง กมธ.วิสามัญขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ จำนวน 21 คน โดยมี นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ เป็นประธาน ส่วน กมธ.ได้แก่ นายกษิต ภิรมย์, พล.อ.จิระ โกมุทพงศ์, นายณรงค์ สหเมธาพัฒน์, นายธวัชชัย ไทยเขียว, นายอนุสิษฐ คุณากร และนายประมนต์ สุธีวงศ์ เป็นต้น โดยจะเน้นการขับเคลื่อนใน 3 เรื่อง คือ 1.การปลูกฝังจิตสำนึก 2.การป้องกัน และ 3.การปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น