ส่วนคำร้องครอบงำพรรคการเมือง ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน เปิดโอกาสให้ผู้ร้องและผู้ถูกร้องได้แสดงพยานหลักฐาน อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการสอบสวนคำร้องยุบพรรค ได้ขอขยายเวลาออกไป เนื่องด้วยมีคำร้องที่เกี่ยวโยงถึง 6 พรรคการเมือง
"ไม่ได้เข้าไปแทรกแซงในเรื่องระยะเวลาการหาพยานหลักฐานแต่ก็กำชับให้เร่งมือ บางครั้งช้าเกินไปก็ไม่ดี โดยมั่นใจว่าในสำนวนคณะกรรมการสอบสวน จะทราบขอบเขตและโอกาสที่จะให้กับฝ่ายไหน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย"
ส่วนการเลือกตั้งนายกอบจ.อุบลราชธานีวันที่ 22ธันวาคม 2567 นายแสวง กล่าวว่า จากข่าวที่ได้รับทราบว่าการแข่งขันของสนามเลือกตั้งมีความเข้มข้นเหมือนที่จังหวัดอุดรธานี ถือเป็นผลดีที่ทำให้ประชาชนตื่นตัวออกมาใช้สิทธิ์ ที่ผ่านมาทั้งตัวผู้สมัครและผู้ช่วยหาเสียง ถือว่าปฏิบัติตามกฏหมาย แม้ว่าจะมีข่าวออกมาว่าทำเกินกฎหมาย กกต. ก็มีฝ่ายป้องปรามในเรื่องนี้
ส่วนจะต้องมีการกำชับผู้ช่วยหาเสียง หรือไม่ นายแสวง มองว่า ทุกพรรคการเมืองก็จะระวังตัวอยู่แล้ว ยิ่งลงพื้นที่หาเสียงแบบนี้ก็เป็นที่จับตา คนที่ลงพื้นที่ก็เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง ที่จะผิดกฎหมายคงมีน้อย
ส่วนเรื่องคุณสมบัติของผู้สมัคร ที่หลายฝ่ายเกรงว่าจะมีคดีความคล้ายกับการเลือกตั้งนายก อบจ.ปทุมธานี นายแสวง ระบุว่า กกต. ดูเฉพาะกฎหมายของตัวเองว่าในวันรับเลือกตั้ง มีคุณสมบัติ มีการหาเสียงที่ถูกต้องหรือไม่ ส่วนการกระทำที่อาจผิดในกฎหมายฉบับอื่น ก็ถือว่าไม่ได้อยู่ในอำนาจของ กกต.
นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการสอบสวนคำร้องคุณสมบัติของพญ.หญิงเกศกมล เปลี่ยนสมัย สว. กรณีวุฒิการศึกษา ว่า สำนักงาน กกต. จัดทำสำนวนครบแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนบรรจุในระเบียบวาระการประชุมของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในเร็วๆ นี้
นายแสวง กล่าวว่าการรวบรวมพยานหลักฐาน มีเจตนาให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย มีทั้งหลักฐานจากผู้ร้องที่ส่งมา และสำนักงานรวบรวบหลักฐานด้วยตัวเอง ส่วนผลจะเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน ที่อยู่ในสำนวน
ส่วนกรณีอื่นๆ อย่างคำร้องการฮั้วการเลือก นั้นต้องมีการตรวจสอบความเชื่อมโยงของคน รวมถึงเส้นทางการเงิน ซึ่งต้องใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งขณะนี้คณะกรรมการการเลือกตั้งก็ได้สั่งการเร่งให้ดำเนินการโดยเร็ว