
พรรคร่วมฝ่ายค้าน 166 เสียง ประกอบด้วย พรรคประชาชน พรรคเป็นธรรม พรรคพลังประชารัฐ และพรรคไทยสร้างไทย ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ล็อคเป้าซักฟอก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพียงคนเดียว โดยระบุเหตุผล เป็นผู้มีพฤติการณ์อันไม่อาจไว้วางใจให้บริหารราชการแผ่นดินในฐานะนายกรัฐมนตรีได้อีกต่อไป เนื่องจากไม่มีคุณสมบัติ และไม่มีความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งผู้นำฝ่ายบริหาร ทั้งขาดภาวะผู้นำ ขาดวุฒิภาวะ ขาดความรู้ความสามารถ และขาดเจตจำนงในการบริหารราชการแผ่นดินที่แก้ปัญหาให้แก่ประเทศชาติ และประชาชน ส่งผลทำลายภาพลักษณ์ และความเชื่อมั่นของประเทศชาติ จงใจลอยตัวอยู่เหนือปัญหา และไม่มีความรับผิดชอบต่อตำแหน่งหน้าที่เพียงเพราะเห็นแก่ผลประโยชน์ของตนเอง บิดา ครอบครัว และพวกพ้องเป็นตัวตั้ง อยู่เหนือผลประโยชน์ของส่วนรวม
สำหรับฝ่ายค้านที่เข้าชื่อยื่นญัตติในครั้งนี้ ประกอบด้วย พรรคประชาชน 143 ราย พรรคเป็นธรรม 1 พรรคพลังประชารัฐ 19 และพรรคไทยสร้างไทย 3 ราย
สำหรับญัตติของฝ่ายค้านระบุข้อกล่าวหาไว้ว่า น.ส.แพทองธาร ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีพฤติการณ์เอาเปรียบประชาชน เอาเปรียบสังคม โกหกหลอกลวง ไม่ดำเนินการตามนโยบายที่ให้สัญญาไว้กับประชาชน เป็นนั่งร้านช่วยเหลือต่างตอบแทนกลุ่มบุคคลที่เป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตย บริหารบ้านเมืองผิดพลาดล้มเหลวอย่างร้ายแรงทั้งในด้านการเมือง การปฏิรูปกองทัพ ความมั่นคง เศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม ทำลายนิติรัฐ ทำลายระบอบประชาธิปไตยระบบรัฐสภา เจตนา ตลอดจนปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่นภายใต้การบริหารงานของตนเอง ทั้งยังทุจริตเชิงนโยบาย บริหารบ้านเมืองเพื่อเอื้อผลประโยชน์แก่พวกพ้องและกลุ่มทุน แต่งตั้งบุคคลที่ขาดความเหมาะสม ขาดความรู้ความสามารถ หรือไม่ซื่อสัตย์สุจริตไปเป็นรัฐมนตรีหรือตำแหน่งสำคัญอื่น
นอกจากนี้ยังสมัครใจยินยอมให้นายทักษิณ ชินวัตร ผู้เป็นบิดา ชี้นำ ชักใย ให้กระทำการ หรืองดเว้นกระทำการอันเป็นเรื่องสำคัญของชาติบ้านเมือง ประพฤติตนเป็นเสมือนนายกรัฐมนตรีหุ่นเชิด โดยมีบิดาเป็นนายกรัฐมนตรีตัวจริงที่ไม่ต้องรับผิดชอบต่อการใช้อำนาจ
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่า สาเหตุที่ยื่นอภิปรายนายกฯ เพียงคนเดียว เพราะรากเหง้าของปัญหาอยู่ที่ตัวนายกรัฐมนตรี นับตั้งแต่เริ่มจัดตั้งรัฐบาลที่ยึดผลประโยชน์ทางการเมือง และไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้ ส่วนที่มีข่าวว่าฝ่ายค้านปรับกลยุทธ์ในการยื่นญัตติหลังข่าวรั่วนั้นเป็นเพียงการวิเคราะห์ ที่ผ่านมาพรรคร่วมฝ่ายค้านได้หารือร่วมกันมาตลอด โดยตั้งใจที่จะอภิปรายนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว
"จะยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว แต่มีเนื้อหาครอบคลุมทุกเรื่องที่โยงมาถึงตัวนายกรัฐมนตรี ส่วนที่มีข่าวว่าจะยื่นอภิปราย 10 รัฐมนตรีนั้นไม่รู้ว่าเป็นข้อมูลมาจากไหน" นายณัฐพงษ์ กล่าว
สำหรับเนื้อหาการอภิปรายจะตรงไปตรงมา มีประเด็นชัดเจนพร้อมหลักฐานที่ทำให้ประชาชนได้เห็นข้อเท็จจริงของปัญหา โดยเชื่อมั่นในข้อมูลของพรรคร่วมฝ่ายค้าน แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยประเด็นและผู้ที่จะอภิปรายไปก่อนได้
"เชื่อว่าการอภิปรายฯ จะทำให้เกิดแรงกระเพื่อมในพรรคร่วมรัฐบาล แม้จะเพียงเสียงเดียวก็ตาม" นายณัฐพงษ์ กล่าว
หลังจากอภิปรายฯ แล้วจะมีกระบวนการต่อยอดตามมา เหมือนในกรณีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม ซึ่งอาจมีการยื่นถอดถอนนายกรัฐมนตรีออกจากตำแหน่ง ถ้าเป็นเรื่องที่ส่งผลให้ขาดคุณสมบัติหากไม่สามารถชี้แจงการอภิปรายฯ ได้
ด้านนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวภายหลังรับญัตติฯ ว่า จะส่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้อง และหากมีประเด็นใดที่ต้องแก้ไข โดยจะแจ้งผลให้ฝ่ายค้านรับทราบภายใน 7 วัน จากนั้นจะแจ้งให้รัฐบาลได้รับทราบเพื่อกำหนดกรอบเวลา โดยครั้งได้รับแจ้งจากรัฐบาลว่าจะให้มีการอภิปรายในวันที่ 24 มี.ค.68 แต่จะใช้เวลากี่วันต้องมาหารือตกลงกันอีกที โดยตนจะมอบหมายให้นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง เป็นผู้รับผิดชอบ และหวังว่าการอภิปรายฯ จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน