
น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางมาที่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อตอบกระทู้ถามสดของนายอัครเดช วงศ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เรื่องปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ข้ามชาติ หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ว่า เมื่อเข้ารับตำแหน่งนายกฯ ได้สั่งการทันทีกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เช่น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานความมั่นคง ให้ช่วยดูแลอย่างบูรณาการในการแก้ปัญหาร่วมกัน
โดยที่ผ่านมา รัฐบาลจัดศูนย์ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ เพื่อบูรณาการทั้งหมดรับแจ้งเหตุ 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยระงับความเสียหายที่เกิดขึ้น รวมถึงปิดบัญชีม้า รวม 1.92 ล้านบัญชี นอกจากนั้น คือมีมาตรการธนาคารยกระดับการเปิดบัญชีใหม่กับบุคคลที่มีความเสี่ยงสูง และได้ยกร่าง พ.ร.ก.ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งมีสาระสำคัญ เพิ่มอำนาจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหา กำหนดความผิดกับผู้ที่นำข้อมูลประชาชนไปขาย และมีบทความรับผิดชอบของหน่วยงานสถาบันการเงินที่ไม่ระงับความเสียหายที่เกิดขึ้น
สำหรับชายแดน ได้ให้หน่วยงานความมั่นคงซีลพื้นที่ โดยทำงานร่วมกับกับทหารและฝ่ายปกครอง แก้ปัญหาให้เข้มข้น จับกุมขบวนการการค้ามนุษย์ที่ผ่านแดนไปเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ นอกจากนั้น ตรวจค้นทำลายแหล่งส่งสัญญาณอินเตอร์เน็ตที่ผิดกฎหมาย รวมไปถึงให้กระทรวงการต่างประเทศประสานหน่วยงานต่างประเทศเพื่อแก้ปัญหา ซึ่งมีระบบไตรภาคี ระหว่างไทย-จีน-เมียนมา เพื่อช่วยเหลือในการแก้ปัญหา ซึ่งการคุยกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อขอความร่วมมืออย่างบูรณาการ ต้องใช้รัฐบาลกับรัฐบาลเพื่อหาทางออกร่วมกัน
ส่วนมาตรการตัดไฟฟ้า ตัดอินเตอร์เน็ต และน้ำมัน พบการใช้ไฟน้อยลง มีการย้ายอุปกรณ์ และคนออกจากพื้นที่ รวมถึงพบการหยุดก่อสร้างขนาดใหญ่ในฝั่งเมียวดี เมียนมาด้วย อย่างไรก็ดี ได้รับรายงานกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติปิดตัวลง หรือลดขนาดลง ทั้งนี้ ยังพบการลักลอบนำน้ำมันเข้าประเทศ โดยเจ้าหน้าที่ไทยจับกุม 17 ครั้ง รวม 8,000 ลิตร
"28 ก.พ. จะไป จ.สระแก้ว เพื่อไปติดตามสิ่งที่สั่งการ อาทิ การลดเสาส่งสัญญาณอินเตอร์เน็ต ปราบปรามซิมบ็อกซ์ ระงับ wi-fi calling จากประเทศเพื่อนบ้าน จัดระเบียบผู้ซื้อผู้ให้บริการไลน์เซ่นส์โทรคมนาคม ที่ผ่านมา 100 ล้านบาทต่อวัน แต่ตอนนี้ 50 ล้านบาทต่อวัน ทั้งนี้ ตั้งใจจะลดลง หากได้รับความร่วมมืออย่างบูรณาการจะทำให้การแก้ปัญหาหมดไปแน่นอน" น.ส.แพทองธาร กล่าว
พร้อมระบุว่า ขอให้คำมั่นกับสภาฯ จะจัดการเรื่องนี้จริงจัง และขอให้มั่นใจ ไม่ว่าใคร ตำแหน่งสูงใหญ่ ทำผิดเรื่องดังกล่าวทำให้คนไทยเดือดร้อน จะจัดการอย่างเด็ดขาด และมั่นใจว่าจะทำได้อย่างเต็มที่
"เป็นนายกฯ ของคนไทยต้องดูแลคนไทยก่อน เรื่องคอลเซ็นเตอร์ และยาเสพติด หากไม่จบไม่เลิกแน่นอน" น.ส.แพทองธาร กล่าว