ผู้นำฝ่ายค้านทวง 7 ข้อนายกฯ แจงอภิปรายไม่เคลียร์ ก่อนนัดลงมติเช้านี้ 10 โมง

ข่าวการเมือง Wednesday March 26, 2025 09:55 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตลอดระยะเวลา 2 วันเต็ม (24-25 มี.ค.) ได้เสร็จสิ้นลงแล้วเมื่อคืนที่ผ่านมา (25 มี.ค.) ในเวลาประมาณ 22.30 น. โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้ทำหน้าที่สรุปปิดการอภิปราย ก่อนที่จะมีนัดประชุมเพื่อลงมติในวันนี้เวลา 10.00 น.

โดยช่วงค่ำวานนี้ (25 มี.ค.) น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ลุกขึ้นอภิปรายรอบที่ 2 โดยระบุว่า เชื่อว่าทุกท่านได้ทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่ เต็มความสามารถ ซึ่งอะไรที่เป็นเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์จะส่งผลดีต่อประชาชน ส่วนที่กระทบกระทั่งกันบ้างถือว่าเป็นเรื่องปกติ และคิดว่าเราสามารถทำงานร่วมกันต่อไปได้

น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ผู้นำฝ่ายค้านฯ ได้เน้นย้ำถึงภาวะผู้นำ และการถูกครอบงำหลายครั้ง ซึ่งคนที่ย้ำเรื่องเดิม ๆ หลายครั้ง ไม่แน่ใจว่านั่นคือสิ่งที่ตนเองขาดหรือไม่ เพราะไม่ใช่มีแค่ตัวเองที่ถูกกล่าวหาเรื่องของการถูกครอบงำ ท่านก็ถูกกล่าวหาว่าถูกครอบงำเช่นเดียวกัน แต่ต่างกันตรงที่ตนเองถูกกล่าวหาว่าถูกครอบงำโดยคุณพ่อ แต่ของท่านถูกครอบงำจากคนที่ไม่ใช่พ่อ ซึ่งไม่อยากให้ใครมาพูดเช่นนี้ ตนเองเคารพและให้เกียรติผู้นำฝ่ายค้านฯ และไม่เคยสงสัยในภาวะผู้นำของท่าน ความเป็นจริงเรามีอายุใกล้เคียงกัน ควรมีความเข้าใจกัน และเส้นทางทางการเมืองก็มีความคล้ายกันอยู่

"การมาอยู่ตรงนี้ได้ เราทั้งคู่ก็เจอกับชะตากรรมของพรรคการเมือง เพราะหากพรรคของตนเอง ไม่ถูกกระทำทางการเมืองในวันนี้ เราอาจจะยังมีนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ นายทักษิณ ชินวัตร ก็ได้ และพรรคของท่าน อาจจะยังมีหัวหน้าพรรคชื่อ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ก็ได้ ซึ่งความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น แต่ชะตากรรมทางการเมืองมาแบบนี้ ซึ่งเราควรต้องทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด และการด้อยค่าคนอื่น คิดว่าอย่าทำเลย" น.ส.แพทองธาร กล่าว

นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าภาวะผู้นำของตน ต้องมีความอดทน ที่เป็นผู้นำรัฐบาลจากพรรครวมหลายพรรค และต้องมีเหตุผล และต้องมีความจริงใจ หากดันทุรังไปแล้วพังทุกรอบจะไม่เป็นผลสำเร็จ ขณะที่วันนี้มีสมาชิกมีที่อภิปรายเรื่องการต่อสู้ของประชาชน ซึ่งรัฐบาลนี้เคารพต่อสิทธิและเสรีภาพการแสดงออกของทุกฝ่าย และไม่เคยลืมว่าครั้งหนึ่งเคยบอบช้ำ และเจ็บปวดแค่ไหน

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงดีลแลกประเทศ ว่า หากคำว่าดีลหมายถึงการเจรจาหาข้อสรุปร่วมกัน การเมืองทุกทุกที่บนโลกใบนี้ต้องมีดีล และก่อนหน้านี้รัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทย ก็เคยดีลกับพรรคของท่าน และพรรคของท่านก็มาดีลกับพรรคของเรา

"เชื่อว่า ไม่มีใครที่อยากถูกกล่าวหา ซึ่งในวันนี้อยากให้เกิดความชัดเจน และสร้างการเมืองแบบใหม่ ก็ให้ท่านประกาศให้ชัดเจนเลยว่าสมัยหน้า ท่านจะร่วม หรือไม่ร่วมกับใคร พูดให้ชัดเสียตั้งแต่วันนี้ ประชาชนจะได้เกิดความสบายใจ" นายกรัฐมนตรี ระบุ
* ฝ่ายค้านปิดอภิปราย ทวง 7 ข้อ "แพทองธาร" แจงไม่เคลียร์ ย้ำขาดคุณสมบัตินั่งนายกฯ

ขณะที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวปิดอภิปรายฯ โดยระบุว่า ความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมา 20 ปี หากให้พูดแค่ 2 ประโยค ว่าเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทยบ้างนั้น สามารถสรุปได้ว่า เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ประเทศไทยสูญเสียทุกอย่าง เพื่อเอาทักษิณออกนอกประเทศ แต่ 20 ปีถัดมา ประเทศไทยกำลังจะสูญเสียทุกอย่างไปอีกครั้งเพื่อเอาทักษิณกลับมา

"ข้อเท็จจริงก็คือ วันนี้กลายเป็นพรรคของท่านไปร่วมขบวนการกับกลุ่มสนับสนุนรัฐประหาร ประเทศไทยกำลังจะสูญเสียทุกอย่างไปอีกครั้ง เพื่อเอาทักษิณ ชินวัตร กลับมา ไม่ว่าจะเป็นนิติรัฐ นิติธรรม หลักการประชาธิปไตย และการสยบยอมต่อกลุ่มทุนผูกขาด นี่คือสิ่งที่พวกเราพยายามสื่อสารมาตลอดสองวันว่า ดีลแลกประเทศคืออะไร" นายณัฐพงษ์ ระบุ

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ในการอภิปราย 2 วันที่ผ่านมา นายกฯ และคณะรัฐมนตรีพยายามโยนคำถามกลับมาทางฝ่ายค้าน กล่าวหาว่ามีแต่การประดิษฐ์วาทกรรม ใส่ร้ายป้ายสี ไม่ใช่การเมืองสร้างสรรค์ แต่ตนอยากให้กลับมาตั้งต้นที่หลักการให้ชัด ว่านี่ไม่ใช่ญัตติทั่วไป แต่เป็นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ เมื่อท่านถูกกล่าวหา ก็ควรชี้แจงกลับให้ประชาชนรับฟัง แต่รัฐบาลกลับโยนข้อกล่าวหากลับมาให้พวกตน เบี่ยงประเด็นจากเรื่องที่ควรชี้แจง มันถูกต้องแล้วหรือ มันเป็นตรรกะย้อนแย้ง

"การแสดงออกของนายกฯ 2 วันนี้ ประชาชนจะตัดสินเอง ว่าขาดคุณสมบัติการเป็นผู้นำใน 3 ข้อดังที่เราวิจารณ์ไว้หรือไม่ว่า ขาดความรู้ความสามารถ ขาดวุฒิภาวะ และขาดเจตจำนงทางการเมือง" ผู้นำฝ่ายค้านระบุ

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อไปว่า ประเด็นที่นายกฯ เริ่มใหม่ คือ การอธิบายคำว่า "ดีล" ว่าเป็นเรื่องปกติในโลกการเมือง แต่สาระสำคัญของการอภิปรายกัน 2 วันที่ผ่านมาคือ จะดีล จะต่อรองอย่างไรให้โปร่งใส และประชาชนได้ประโยชน์ เหตุและผลในการตัดสินใจทำนโยบายแต่ละอย่างคืออะไร ที่ต้องโกหกประชาชนผิดคำสัญญาไว้เกิดขึ้นเพราะอะไร

"คุณแพทองธาร ไม่เคยเอาเหตุผลจริง ๆ มาคุยกัน หรือเพราะท่านพูดไม่ได้ เพราะดีลนั้นมันไม่ได้เป็นไปเพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ในประเทศนี้ แต่เป็นไปเพื่อครอบครัว และกลุ่มทุนใกล้ชิดเท่านั้น" นายณัฐพงษ์ ระบุ

พร้อมกันนี้ ผู้นำฝ่ายค้านยังสรุปใน 7 ประเด็นสำคัญที่ สส.พรรคประชาชนยกขึ้นมาอภิปราย แต่ยังไม่ได้รับคำตอบจากนายกรัฐมนตรี ดังนี้

1. ภาษีการรับให้

2. ปลาหมอคางดำ

3. ฝุ่น pm 2.5

4. ค่าไฟฟ้าแพง

5. การออกโฉนดของโรงแรม เทมส์ วัลเลย์ ที่เขาใหญ่

6. การรักษาตัวที่ชั้น 14 รพ.ตำรวจ ของนายทักษิณ ชินวัตร

7. ปัญหาขบวนการคอลเซ็นเตอร์

"ทั้งหมดนี้คือ 7 คำถามที่คุณแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรียังไม่ตอบให้สังคมไทยได้กระจ่าง เราเห็นแต่การทำดีลแลกประเทศเอาใจทั้งกลุ่มอำนาจเก่า และกลุ่มทุนใกล้ชิด บิดเบือนกฎหมายเปลี่ยนดำเป็นขาว ด้วยเหตุที่ผมบอกมาทั้งหมดนี้ จึงขอกล่าวหานายกรัฐมนตรีว่าจงใจทำธุรกรรมอำพรางวางแผนเพื่อหนีภาษี อิงแอบกับกลุ่มทุน เอาใจอำนาจเก่า ละเว้นการใช้อำนาจหน้าที่ของตัวเองในฐานะนายกรัฐมนตรี เป็นคนที่ไม่มีความรู้ความสามารถ ไม่มีความตั้งใจในการแก้ไขปัญหา เลือกหยิบแต่ตัวเลขดี ๆ มาหลอกสังคม ท่านหนีภาษี หนีหน้าที่ และหนีความเป็นจริง จึงไม่อาจไว้ใจให้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปได้" นายณัฐพงษ์ กล่าวปิดท้าย


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ