นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รู้สึกเป็นห่วงสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในสังคมมากกว่าปัญหาความสัมพันธ์ภายในพรรคร่วมรัฐบาล โดยมั่นใจรัฐบาลมีเสถียรภาพเพียงพอที่จะเดินหน้าบริหารประเทศต่อไปได้ โดยยืนยันทุกพรรคยังต้องคำนึงถึงกฎเหล็ก 9 ข้อของตนเองเช่นเดิม
"สำหรับผม เรื่องปัญหานอกสภาสำคัญกว่าเรื่องในสภา เพราะเรื่องในสภายังมีทางออกในระบบของมัน ส่วนเรื่องนอกสภา ไม่รู้ว่ามีทางออกในรูปแบบไหนอย่างไร" นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการปรับคณะรัฐมนตรีและมีการดึงพรรคมาตุภูมิเข้ามาร่วมรัฐบาลว่า ต้องยอมรับความจริงว่ามีความจำเป็นหากพรรคร่วมรัฐบาลไม่สามารถอยู่ร่วมทำงานกันต่อไปได้ ซึ่งเป็นสภาพปกติทางการเมือง และถือเป็นสิ่งสำคัญที่รัฐบาลต้องรวบรวมคะแนนเสียงในสภาเพื่อผลักดันกฎหมายสำคัญ
"ถ้าหากดูรัฐธรรมนูญก็เป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส.ในการลงมติ แต่เมื่อรัฐบาลมีงานที่จะเป็นต้องทำ การรวบรวมคะแนนเสียงเพื่อความเป็นเอกภาพ เป็นสิ่งที่ไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงได้"นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม สามารถชี้แจงข้อสงสัยของฝ่ายค้านได้อย่างละเอียด แต่เรื่องนี้ก็ไม่ได้วางใจ เพราะมอบหมายให้สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี(สลค.) ไปรวบรวมประเด็นในการอภิปรายทั้งหมด เพื่อเตรียมพร้อมที่จะชี้แจงตลอดเวลา
ส่วนการปรับ ครม.ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ที่มีการเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลนั้นไม่ได้สร้างปัญหาความขัดแย้งภายในพรรค เพราะทุกคนเข้าใจดี
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้ตั้งนายสมบัติ ธำรงธัญญาวงศ์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์(นิด้า)มาเป็นประธานคณะกรรมการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยจะยึดแนวทางของคณะกรรมการสมานฉันท์