รายงานข่าวจากรัฐสภา ระบุว่า คณะกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 54 สภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาในส่วนงบประมาณของกระทรวงการต่างประเทศที่ตั้งไว้ทั้งสิ้น 7,669,969,900 บาท โดยคณะกรรมาธิการฯ หลายคนตั้งข้อสังเกตถึงการตั้งงบเสริมสร้างและฟื้นฟูภาพลักษณ์ประเทศไทยจำนวน 90 ล้านบาทที่ไม่มีการรายงานผลของการปฏิบัติงานในปีที่ผ่านมา เกรงว่าจะเป็นการตั้งงบประมาณซ้ำซ้อนกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานตามภารกิจในต่างประเทศจำนวน 200 กว่าล้านบาท และการดำเนินงานภารกิจในประเทศไทยอีก 250 ล้านบาทด้วย
ขณะเดียวกันพบว่ามีการโอนงบประมาณในโครงการดังกล่าวจำนวนกว่า 300 ล้านบาทในปีงบประมาณ 53 ไปที่สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อให้จังหวัดต่างๆ ในการทำกิจกรรมร่วมร้องเพลงชาติไทยและทำกิจกรรมอื่นๆ
ด้านนายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ กรรมาธิการฯ จากพรรคประชาธิปัตย์ ได้สอบถามว่ากระทรวงการต่างประเทศได้ดำเนินการกับสำนักข่าวต่างประเทศ โดยเฉพาะ CNN ที่เสนอเหตุความขัดแย้งในประเทศไทยด้านเดียวอย่างไร รวมทั้งอยากทราบถึงการวัดผลสำเร็จของการปฏิบัติงานฟื้นฟูเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศด้วย
เช่นเดียวกับนายวิรัช รัตนเศรษฐ กรรมาธิการฯ จากพรรครวมชาติพัฒนา สอบถามถึงการสร้างความเข้าใจกับรัฐบาลกัมพูชากรณีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่าได้ดำเนินการอย่างไรไปบ้าง
ขณะที่ น.ส.ละออง ติยะไพรัช กรรมาธิการฯจากพรรคเพื่อไทย ตั้งข้อสังเกตถึงการตั้งงบครุภัณฑ์ซื้อเครื่องใช้สำนักงาน โต๊ะรับประทานอาหารว่ามีตัวเลขที่สูงเกินไป และไม่เห็นด้วยกับการตั้งงบซื้อรถประจำตำแหน่งเอกอัครราชทูต 7 ประเทศมีตัวเลขเดียวกันคือคันละ 3.4 ล้านบาท ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้
ด้านนายธีรกุล นิคม ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงว่า กระทรวงฯไม่ได้ดำเนินนโนยายด้านการต่างประเทศเพื่อพรรคใดหรือคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่ทำเพื่อภาพรวมของประเทศ ขณะที่งบซื้อรถประจำตำแหน่งของเอกอัครราชทูตที่ตั้งไว้เท่ากันนั้นเป็นกรอบของราคา ซึ่งจะมีอายุการใช้งาน 8-9 ปีค่าซ่อมแซมในต่างประเทศจะมีราคาสูง ทั้งนี้หากราคารถยนต์ไม่ถึงตามที่กำหนดไว้ก็จะต้องส่งเงินที่เหลือคืนคลังทันที