นพ.มารุต มัสยวานิช รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอให้กระทรวงอุตสาหกรรมเป็นผู้รายงานความคืบหน้าผลดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากการประกอบกิจการของบมจ. เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน (BWG)
ทั้งนี้ มอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย (จังหวัดสระบุรี) ดำเนินการตรวจสอบ ติดตาม การประกอบกิจการโรงกำจัดขยะอุตสาหกรรมของ BWG ในส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาเกี่ยวกับน้ำเสียและกลิ่น เนื่องจากยังมีปัญหาข้อร้องเรียนอยู่มาก
อนึ่ง นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้หน่วยที่เกี่ยวข้องดังกล่าวร่วมกันจัดทำแผนและกำหนดมาตรการต่าง ๆ ในการตรวจสอบการประกอบกิจการของ BWG อย่างสม่ำเสมอเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาในระยะยาวต่อไป
น.พ.มารุต กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะติดตามตรวจสอบเฝ้าระวังคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดิน แหล่งน้ำใต้ดินอย่างต่อเนื่อง จำนวน 4 ครั้งต่อปี, ดำเนินการติดตามตรวจสอบเฝ้าระวังคุณภาพอากาศโดยทำการตรวจวัดสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) และกลิ่น อย่างต่อเนื่อง จำนวน 4 ครั้งต่อปี
รวมทั้งประสานกระทรวงอุตสาหกรรมตรวจสอบการประกอบกิจการ BWG ตามเงื่อนไขการได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการโรงงานและมาตรการตามรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม, ประสานกระทรวงอุตสาหกรรมให้มีการติดตามเฝ้าระวังการประกอบกิจการ โดยติดตั้งกล้องวงจรปิดภายในบริเวณพื้นที่ฝังกลบและต่อเชื่อมสัญญาณภาพไปที่จังหวัดสระบุรี เพื่อให้บริษัทฯ ปฏิบัติตามเงื่อนไขการอนุญาตให้ประกอบกิจการโรงงาน
นอกจากนี้ จะทำการสำรวจสภาพทางธรณีเคมีเพื่อตรวจสอบองค์ประกอบของดินและหินบริเวณพื้นที่บ่อฝังกลบกากของเสียอุตสาหกรรมเพื่อศึกษาปริมาณโลหะหนักที่มีอยู่ในธรรมชาติและวิเคราะห์หาที่มาของโลหะหนักที่ตรวจพบในบ่อสังเกตการณ์ภายในบริเวณพื้นที่บ่อฝังกลบกากของเสียอุตสาหกรรมของบริษัท และหารือกระทรวงสาธารณสุขให้ดำเนินการเกี่ยวกับระบาดวิทยาเพื่อหาความเชื่อมโยงระหว่างข้อมูลผลการตรวจสุขภาพของประชาชนกับแหล่งกำเนิดมลพิษ
พร้อมทั้งจัดหาน้ำสะอาดโดยทำความสะอาดบ่อน้ำบาดาลของประชาชนโดยรอบพื้นที่บ่อฝังกลบกากของเสียอุตสาหกรรมของบมจ. เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน (BWG)