ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 22.32 จุด หรือ 0.20% แตะที่ 11,203.55 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดบวก 3.04 จุด หรือ 0.25% แตะที่ 1,199.73 จุด และดัชนี Nasdaq ปิดบวก 3.72 จุด หรือ 0.15% แตะที่ 2,518.12 จุด
-- สัญญาน้ำมันดิบตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (19 พ.ย.) เนื่องจากการที่จีนประกาศเพิ่มเพดานกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ทำให้นักลงทุนกังวลว่า จีนอาจใช้มาตรการเพิ่มเติมเพื่อควบคุมการขยายตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวอาจจะส่งผลกระทบต่อความต้องการพลังงานด้วย
สัญญาน้ำมัน NYMEX (New York Mercantile Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค.ขยับลง 34 เซนต์ ปิดที่ 81.51 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยสัญญาเดือนธ.ค.ได้ครบกำหนดส่งมอบแล้วในวันศุกร์ที่ 19 พ.ย.
-- สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดอ่อนตัวลงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (19 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าจีนอาจจะใช้มาตรการควบคุมเงินเฟ้อเพิ่มเติมในวันข้างหน้า หลังจากประกาศเพิ่มเพดานกันสำรองของธนาคารพาณิชย์เมื่อวานนี้ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวอาจทำให้ความต้องการทองคำลดน้อยลงด้วย
สัญญาทองคำ COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค.ลดลง 70 เซนต์ หรือ 0.05% ปิดที่ 1,352.30 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังจากเคลื่อนตัวในกรอบ 1,341 - 1,362.90 ดอลลาร์
ส่วนสัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนม.ค.พุ่งขึ้น 7.20 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,671.10 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนธ.ค.เพิ่มขึ้น 8.20 ดอลลาร์ ปิดที่ 703.70 ดอลลาร์/ออนซ์
-- ค่าเงินยูโรดีดตัวขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (19 พ.ย.) โดยยูโรทำสถิติแข็งค่าขึ้นติดต่อกัน 3 วันทำการ เนื่องจากนักลงทุนเชื่อมั่นว่าปัญหาหนี้สาธารณะของไอร์แลนด์จะได้รับการบรรเทาผ่านความช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และสหภาพยุโรป (อียู)
สกุลเงินยูโรแข็งค่าขึ้น 0.26% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.3679 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับของวันพฤหัสบดี (18 พ.ย.) ที่ 1.3644 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ค่าเงินปอนด์ร่วงลง 0.41% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.5979 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.6045 ดอลลาร์สหรัฐ
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนตัวลง 0.08% เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ 83.430 เยน จากระดับของวันพฤหัสบดีที่ 83.500 เยน และขยับลง 0.12% เมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ระดับ 0.9943 ฟรังค์ จากระดับ 0.9955 ฟรังค์
-- ดัชนี FTSE 100 คลาดหุ้นลอนดอนปิดลบเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (19 พ.ย.) หลังจากจีนประกาศเพิ่มเพดานกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งทำให้นักลงทุนกังวลว่าจีนอาจใช้มาตรการที่เข้มงวดมากขึ้นเพื่อควบคุมการขยายตัวของเศรษฐกิจ รวมถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ กระแสความวิตกกังวลที่ว่าปัญหาหนี้สาธารณะจะลุกลามไปทั่วยุโรป ยังเป็นอีกปัจจัยที่ฉุดตลาดหุ้นลอนดอนร่วงลงด้วย
ดัชนี FTSE ร่วงลง 35.88 จุด หรือ 0.6% ปิดที่ 5,732.83 จุด