กระทรวงพาณิชย์จีนเปิดเผยว่า ราคาสินค้าเกษตรของจีนปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 5 ในช่วงปิดท้ายปลายสัปดาห์ ณ วันที่ 23 มกราคม
กระทรวงพาณิชย์กล่าวในแถลงการณ์บนเว็บไซต์ว่า สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้นเป็นเพราะสภาพอากาศที่หนาวเย็นทางตอนใต้ของจีน ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลผลิตพืชผักและการขนส่ง ทั้งนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนระบุว่า ในปีที่ผ่านมา ราคาอาหารที่สูงขึ้นได้กระตุ้นดัชนีราคาผู้บริโภคของจีน (CPI) ให้สูงขึ้นด้วย โดยดัชนี CPI ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ พุ่งแตะที่ 3.3% ในปี 2553 เมื่อเทียบกับเพดานที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้ 3%
-- ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ต้าเหลียนของจีน (DCE) จะเพิ่มเพดานการซื้อขายสัญญาซื้อขายโดยรวมจาก 6% เป็น 7% ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 31 มกราคมนี้เป็นต้นไป ขณะที่ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์เจิ้งโจว (ZCE) จะเพิ่มเพดานการซื้อขายสัญญาน้ำตาลและฝ้ายจาก 7% เป็น 8% และเพิ่มเพดานการซื้อขายสัญญาข้าวสาลีจาก 6% เป็น 7%
นอกจากนี้ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์เจิ้งโจวจะเพิ่มมาร์จิ้นการซื้อขายสัญญาน้ำตาลและฝ้ายจาก 12% เป็น 13% และเพิ่มมาร์จิ้นการซื้อขายสัญญาข้าวสาลีจาก 10% เป็น 11% โดยจะมีผลตั้งแต่สิ้นเดือนมกราคมนี้
ทั้งนี้ ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ทั้งสองแห่งจะระงับการซื้อขายในวันหยุดเทศกาลตรุษจีนตั้งแต่วันที่ 2 - 8 กุมภาพันธ์ และจะเริ่มเปิดทำการซื้อขายในวันที่ 9 กุมภาพันธ์
-- ผลสำรวจรายเดือนจากสมาคมผู้ผลิตฝ้ายของจีน (CCA) ระบุว่า ผลผลิตฝ้ายของจีนในปี 2553 อาจอยู่ที่ระดับ 6.65 ล้านตัน ลดลง 2.1% จากปีก่อนหน้านี้
ทั้งนี้ ตัวเลขคาดการณ์ด้านการเก็บเกี่ยวผลผลิตและการจำหน่ายของ CCA ในเดือนธ.ค.อยู่ในระดับเดียวกับรายงานของสมาคมในเดือนพ.ย.ที่ผ่านมา