สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดทะยาขึ้นเหนือแนวต้านทางจิตวิทยาที่ระดับ 1,400 ดอลลาร์เมื่อคืนนี้ (22 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนแห่ซื้อทองคำเพื่อปกป้องความเสี่ยงจากสถานการณ์รุนแรงทั้งในตะวันออกกลางและลิเบีย
สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย.พุ่งขึ้น 12.5 ดอลลาร์ หรือ 0.9% ปิดที่ 1,401.1 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 1,390.10 - 1,411.50 ดอลลาร์/ออนซ์
ขณะที่สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค.พุ่งขึ้น 56.6 เซนต์ ปิดที่ 32.862 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาทองแดงส่งมอบเดือนมี.ค.ลดลง 13.5 เซนต์ ปิดที่ 4.347 ดอลลาร์/ออนซ์
ส่วนสัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนเม.ย.ร่วงลง 57 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,786.30 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมี.ค.ร่วงลง 52 ดอลลาร์ ปิดที่ 805.70 ดอลลาร์/ออนซ์
นักวิเคราะห์ด้านโลหะมีค่าในตลาดทองคำนิวยอร์กกล่าวว่า ปัญหาความตึงเครียดทางการเมืองในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ โดยเฉพาะในประเทศลิเบีย ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้นักลงุทนแห่ถือครองทองคำเพื่อปกป้องความเสี่ยง โดยรัฐบาลลิเบียได้ใช้อาวุธหนักโจมตีกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วง ขณะที่นายมูอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำลิเบีย ลั่นวาจาว่าจะไม่ยอมลงจากตำแหน่งและจะต่อสู้กับกลุ่มผู้ประท้วงจนหมดกระสุนนัดสุดท้าย ในขณะที่กลุ่มผู้ประท้วงในบาห์เรนยังคปักหลักชุมนุมต่อต้านเพื่อขับไล่ผู้นำและเรียกร้องการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
เทรดเดอร์กล่าวว่า สถานการณ์รุนแรงทางการเมืองและความวิตกกังวลเรื่องเงินเฟ้อเป็นสาเหตุหลักๆที่ทำให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำเพื่อปกป้องความเสี่ยง นอกจากนี้ สัญญาทองคำยังทะยานขึ้นเนื่องจากแรงซื้อเก็งกำไร หลังจากตลาดทองคำนิวยอร์กปิดทำการเมื่อวันจันทร์ที่ 21 ก.พ.เนื่องในวันประธานาธิบดีสหรัฐ
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า สัญญาทองคำทะยานขึ้นติดต่อกันนานหลายวัน และได้พุ่งขึ้นไปยืนเหนือแนวต้านทางจิตวิทยาที่ระดับ 1,400 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 7 สัปดาห์ ส่วนระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่เคยทำไว้ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 ธ.ค.2553 คือระดับ 1,432.5 ดอลลาร์