นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าวภายหลังการเปิดการสัมมนา ASEAN Business Forum 2012 ว่า การจัดงานดังกล่าวเพื่อให้ภาคเอกชนได้มีการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่เศรษฐกิจประชาคมอาเซียน (AEC) ในปี 58 เพื่อให้นักธุรกิจไทยได้มีการตื่นตัวในการเปิดรับข้อมูล ความรู้ และประสบการณ์ต่างๆจากประเทศเพื่อนบ้าน
ทั้งนี้ การเตรียมพร้อมรับการเปิด AEC เปิดเรื่องที่ภาคเอกชนต้องเตรียมตัวโดยรัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุน ขณะเดียวกันภาคเอกชนไทยอย่าคิดแต่เพียงการตั้งรับ แต่ต้องมองถึงการรุกด้วย ซึ่งอดีตอัตราแลกเปลี่ยนจากเงินบาทที่อ่อนค่าเคยช่วยสนุนสนับการแข่งขันภาคเอกชน แต่ขณะนี้เงินบาทที่แข็งค่าคงไม่สามารถช่วยเพิ่มความสามารถการแข่งขันได้ไม่มากแล้ว ดังนั้น สิ่งสำคัญคือภาคธุรกิจึคงต้องมีการเตรียมความพร้อมเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
สำหรับความร่วมมือของการเปิด AEC ประเทศต่างๆในอาเซียนได้มีการลดอัตราภาษีศุลกากรแล้วเกือบทั้งหมด เหลือเพียง 4 ประเทศที่ยังต้องใช้เวลาดำเนินการ ดังนั้นเมื่อไม่มีอัตราภาษีศุลกากร ทำให้มีความกังวลว่าอาจจะมีการใช้การกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีมาใช้ ดังนั้นหากประเทศต่างๆมีการร่วมมือกันอย่างเข้มแข็งไม่นำมาตรการดังกล่าวมาใช้ และเตรียมรับมือพร้อมการแข่งขันซึ่งกันและกัน
ส่วนการที่มีการวิจารณ์ว่ารัฐบาลไม่มีนโยบายส่งเสริมการแข่งขันในประเทศก่อนเตรียมรับมือการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น นโยบายการรับจำนำข้าว ทำให้ไทยเสียเปรียบเวียดนามนั้น เห็นว่า นโยบายบางเรื่องมีทั้งข้อดีข้อเสีย แต่ที่ผ่านมาชาวนายังยากจน ดังนั้นหากคิดว่านโยบายอื่นถูก แต่ชาวนายังยากจนอยู่ ดังนั้น หากนักวิชาการมีข้อเสนอแนะที่ดีกว่าและทำให้ชาวนามีรายได้มากขึ้น รัฐบาลก็พร้อมที่จะนำนโยบายนั้นมาดำเนินการ