ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปรับตัวขึ้น 23.61 จุด หรือ 0.18% ปิดที่ 13,005.12 จุด ดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้น 4.59 จุด หรือ 0.34% ปิดที่ 1,372.18 จุด และดัชนี Nasdaq พุ่งขึ้น 20.60 จุด หรือ 0.69% ปิดที่ 2,986.76 จุด
-- สัญญาน้ำมันดิบตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 2 ดอลลาร์เมื่อคืนนี้ (28 ก.พ.) เพราะได้รับแรงกดดันจากข้อมูลเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ของสหรัฐ รวมถึงยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนที่ร่วงลงหนักสุดในรอบ 3 ปี รวมทั้งการคาดการณ์ที่ว่าสต็อกน้ำมันประจำสัปดาห์ของสหรัฐจะพ่งขึ้น ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ทำให้เกิดความกังวลว่าภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแออาจจะทำให้ความต้องการพลังงานในสหรัฐหดตัวลงด้วย
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ที่ตลาด NYMEX (New York Mercantile Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย.ร่วงลง 2.01 ดอลลาร์ หรือ 1.85% ปิดที่ 106.55 จุด หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 108.20 - 106.55 ดอลลาร์
-- สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดทะยานขึ้นแข็งแกร่งเมื่อคืนนี้ (28 ก.พ.) เพราะได้แรงหนุนจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับยูโร อันเป็นผลมาจากการคาดการณ์ที่ว่า โครงการปล่อยเงินกู้ระยะเวลา 3 ปีของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ซึ่งจะมีขึ้นในช่วงค่ำวันพุธตามเวลาไทยนั้น จะกระตุ้นให้เกิดแรงซื้อสินทรัพย์ประเภทต่างๆในยูโรโซน รวมถึงสกุลเงินยูโร
สัญญาทองคำที่ตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย.พุ่งขึ้น 13.5 ดอลลาร์ หรือ 0.8% ปิดที่ 1,788.4 ดอลลาร์ หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 1788.4 - 1785.0 ดอลลาร์
-- สกุลเงินยูโรพุ่งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (28 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนแห่ถือครองสกุลเงินยูโรก่อนที่ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะอัดฉีดเงินกู้ระยะเวลา 3 ปีให้กับธนาคารพาณิชย์ เพื่อกระตุ้นสภาพคล่องในระบบธนาคารให้ไหลเวียนดีขึ้น
สกุลเงินยูโรพุ่งขึ้น 0.45% แตะที่ 1.3459 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.3399 ดอลลาร์สหรัฐ
-- ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกเมื่อคืนนี้ (28 ก.พ.) หลังจากคอนเฟอเรนซ์ บอร์ดเปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 ปีในเดือนก.พ.
ดัชนี FTSE 100 พุ่งขึ้น 12.36 จุด หรือ 0.2% ปิดที่ 5,927.91 จุด