"ถ้าเศรษฐกิจปีนี้โตไม่ได้ตามที่คาดไว้ก็ต้องปรับลดความต้องการใช้ ประมาณเดือนเมษายนจะต้องประเมินใหม่" นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว
ส่วนการใช้ LPG ในปี 57 นั้น ในภาคครัวเรือนยังคงลดลง 4.7% จากที่มีมาตรการเข้มงวดปราบปรามการลักลอบจำหน่าย LPG ผิดประเภท ส่วนภาคอุตสาหกรรมคาดว่าจะไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก มีการใช้เพิ่มขึ้น 0.4% ขณะที่การใช้ในรถยนต์ยังคงเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 12.9% และการใช้ในภาคปิโตรเคมีคาดว่าจะมีการใช้เพิ่มขึ้น 2.9%
ส่วนการผลิตไฟฟ้าในปี 57 คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 4.1% ตามภาวะเศรษฐกิจที่คาดว่าจะมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก สำหรับค่าเอฟที ขายปลีกประจำเดือน ม.ค.-เม.ย.57 อยู่ที่อัตรา 59 สตางค์ต่อหน่วย ปรับเพิ่มขึ้น 5 สตางค์ต่อหน่วย
นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า ปี 56 การใช้พลังงานเชิงพาณิชย์ขั้นต้นมีจำนวนทั้งสิ้น 2 ล้านบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวันเพิ่มขึ้น 1.2% จากปี 55 โดยก๊าซธรรมชาติมีสัดส่วนการใช้มากที่สุด 917,015 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน หรือสัดส่วน 46% ซึ่งมีการใข้เพิ่มขึ้น 3.2% รองลงมาเป็นการใช้น้ำมัน 727,559 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน หรือสัดส่วน 36% มีการใช้เพิ่มขึ้น 2.6% ส่วนการใช้ถ่านหินลิกไนต์ และการใช้ไฟฟ้าพลังน้ำ ลดลง 4.4% และ 15.7% ตามลำดับ
ส่วนมูลค่าการใช้พลังงานในปี 56 รวม 2.13 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.9% จากปี 55 โดยมีมูลค่าการนำเข้าพลังงาน 1.42 ล้านล้านบาทลดลง 2%จากปี 55 ขณะที่สัดส่วนการใช้ LPG ที่ลดลงในสาขาครัวเรือนสอดคล้องกับสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นในการใช้เป็นเชื้อเพลิงรถยนต์ โดยคาดว่าจะเป็นผลมาจากการเพิ่มราคา LPG ภาคครัวเรือน เดือนละ 0.50 บาทตั้งแต่เดือนก.ย.56 ประกอบกับมาตรการเข้มงวดและปราบปรามการลักลอบจำหน่าย LPG ผิดประเภท ทำให้การลักลอบนำ LPG ภาคครัวเรือนมาขายให้กับภาคขนส่ง รวมทั้งการลักลอบส่งออก LPG ไปขายในประเทศเพื่อนบ้านมีปริมาณลดลง