"ถ้าพบว่าต้นทุนการผลิตลดลงมากเพราะได้รับผลดีจากราคาน้ำมันดีเซลที่ลดลง ก็ต้องให้ปรับลดราคาสินค้าลง แต่ไม่ใช่สินค้าทุกรายการจะลดราคาลงได้ เพราะบางรายการต้นทุนไม่ลดลง หรือไม่ได้ใช้น้ำมันดีเซลในการขนส่ง แต่ใช้ก๊าซแอลพีจีขนส่งก็อาจไม่ได้ลดราคา เพราะก๊าซฯ ไม่ได้ลดราคา" พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว
พร้อมกับได้สั่งการให้กรมการค้าต่างประเทศจัดทำแผนการระบายข้าวสำหรับปี 58 ใหม่ทั้งหมด เพราะต้องการให้ทำแผนให้ชัดเจนว่าจะระบายข้าวในช่วงใด ด้วยวิธีการใด เพื่อไม่ให้กระทบกับผลผลิต และราคาตลาดในประเทศ โดยให้ตั้งคณะทำงานระบายข้าวขึ้นมาใหม่ ซึ่งได้สั่งให้เพิ่มนักกฎหมาย นักการตลาด และเจ้าหน้าที่พัสดุเข้าไปด้วย เพื่อให้วางแผนการทำงานได้อย่างรัดกุม ไม่ผิดระเบียบราชการ
อย่างไรก็ตาม ในเดือน ม.ค.นี้ ตนเองมีกำหนดจะเดินทางไปประชาสัมพันธ์ตลาดข้าวไทยที่ฮ่องกง เพื่อทวงส่วนแบ่งตลาดข้าวหอมมะลิไทยคืนมา และลงนามบันทึกความเข้าใจ(เอ็มโอยู) ขายข้าวหอมมะลิให้กับฮ่องกงปริมาณ 100,000 ตัน
สำหรับภาวะการส่งออกสินค้าไทยในปี 58 ได้เร่งรัดให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ทำยุทธศาสตร์การส่งออกไทยปี 58 ใหม่ทั้งหมด เพราะสถานการณ์ต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปมาก โดยเฉพาะราคาน้ำมันตลาดโลกลดลงมาก ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อการส่งออกขอไทย โดยได้กำหนดตลาดเป้าหมายเป็น 4 ระดับคือ ตลาดที่มีเศรษฐกิจดี เช่น สหรัฐฯ ตลาดที่มีเศรษฐกิจระดับรอง เช่น สหภาพยุโรป จีน ตลาดเพื่อนบ้านอาเซียน และตลาดใหม่ที่ไทยยังไม่เคยทำการค้าด้วย อย่างไรก็ตาม ยังคงตั้งเป้าหมายมูลค่าการส่งออกสินค้าไทยในปี 58 ไว้ที่เพิ่มขึ้น 4% จากปี 57