"ทั้ง 4 ข้อนี้คือเป้าหมายหลักในการขับเคลื่อน Digital Economy ของประเทศไทย"นายอุตตม กล่าว
นายสุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการสายงานวิจัย บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย)(MBKET) เปิดเผยหุ้นกลุ่มที่มีแนวโน้มได้รับผลประจากนโยบายDigital Econom รวมถึงโครงข่าย 4G ได้แก่กลุ่มไอซีที รวมถึงผู้รับเหมาวางระบบ และกลุ่มที่บริโภคภายในประเทศเนื่องจากภาครัฐมีการกระตุ้นด้านสินเชื่อรวมเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศให้มากขึ้น อีกทั้งยังคาดว่าจากนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจดังกล่าวจะช่วยหนุนให้ผลประกอยการของบริษัทจดทะเบียนที่ได้รับผลประโยชน์มีการเติบโตได้อย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้ มองดัชนีตลาดหุ้นไทย(SET Index)ในช่วงที่เหลือของปีนี้จะมีกรอบบนอยู่ที่ 1,450 จุด เนื่องจากการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐฯ รวมไปถึงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่จะยังไม่เห็นผลมากนักในปีนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ปี 59 SET Index มีโอกาสขึ้นไปที่ระดับ 1,550 จุดในช่วงครึ่งปีแรก และในช่วงครึ่งปีหลังมีโอกาสขึ้นไปถึง 1,650 จุด โดยได้ปัจจัยหนุนจากโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐที่เริ่มเห็นเป็นรูปธรรม ประกอบกับ ปัจจัยภายนอกที่เริ่มคลี่คลายความกังวลลง
นางพงศ์พิเชษฐ์ นานานุกุล กรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย มองว่า นโยบาย Digital Econom และการพัฒนาโครงข่าย 4G จะช่วยหนุนให้หุ้นกลุ่มสื่อสารและกลุ่มรับเหมาวางโครงข่ายระบบ รวมถึงธุรกิจออนไลน์ได้รับผลประโยชน์ค่อนข้างมาก อีกทั้งยังมีการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐทั้งโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐที่เข้ามาช่วยหนุน
บลจ.กสิกร คาดว่า SET Index ในปี 59 จะอยู่ที่ 1,600 จุด เนื่องจากพื้นฐานบริษัทจดทะเบียนของไทยมีความแข็งแกร่ง ซึ่งคาดว่ากำไรบริษัทจดทะเบียนในปีหน้าจะเติบโตราว 10-15% บนระดับ P/E 15 เท่า จากโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐที่เข้ามาช่วยหนุนผลประกอบการ บริษัทจดทะเบียนไทยให้สามารถขยายตัวได้ต่อเนื่อง