โดยแผนพัฒนาดิจิทัลฯ ประกอบด้วยยุทธศาสตร์ 6 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล, การขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล, การสร้างสังคมดิจิทัลที่มีคุณภาพ, การเปลี่ยนเป็นรัฐบาลดิจิทัล, การพัฒนากำลังคนของประเทศ และการสร้างความเชื่อมั่นในการใช้เทคโนโลยีและทำธุรกรรมออนไลน์ที่จะมุ่งนำพาประเทศสู่ Digital Thailand
"ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีดิจิทัลจะหลอมรวมกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมทุกประเภท ซึ่งต่างประเทศกำลังแข่งขันกันพัฒนาในด้านนี้ ประเทศไทยจึงต้องเร่งพัฒนาเข้าสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล โดยนำเทคโนโลยีมาตอบโจทย์ปัญหาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศให้ได้โดยเร็วที่สุด" นายอุตตม กล่าว
แผนพัฒนาดิจิทัลฯ แบ่งออกเป็น 4 ระยะ ภายในเวลา 20 ปี คือ 1.การสร้างรากฐานด้านดิจิทัล 2.การก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลที่ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม 3.การปฏิรูปสู่ความเป็น Digital Thailand อย่างเต็มศักยภาพ และ 4.การใช้ดิจิทัลยกระดับประเทศไทยไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว
สำหรับการดำเนินงานในช่วง 1 ปี 6 เดือนแรกจะเป็นช่วงการวางรากฐานของประเทศให้พร้อม เพื่อเตรียมตัวก้าวกระโดดในช่วงต่อไป โดยกระทรวงฯ ได้เร่งดำเนินการหลายอย่าง เช่น การขยายโครงข่ายพื้นฐานให้มี Free Wi-Fi ทั่วประเทศ 1 หมื่นจุด, ขยายเครือข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงไปยังทุกหมู่บ้าน , ขยายความจุของเคเบิ้ลใต้น้ำเป็นสองเท่า เป็นต้น
"โครงการดังกล่าวเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ถ้าครั้งนี้ประเทศไทยสามารถทำได้สำเร็จและทำอย่างต่อเนื่องจริงจังด้วยความสามัคคีก็จะนำพาประเทศไปสู่ความเป็นประเทศพัฒนาแล้วได้ในช่วง 10-20 ปีข้างหน้า" นายอุตตม กล่าว
นอกจากนี้ ที่ประชุมฯ ยังเห็นชอบแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย, การพัฒนาศูนย์ข้อมูลในประเทศ, โครงการยกระดับพื้นฐานโทรคมนาคมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
ด้านนางทรงพร โกมลสุรเดช ปลัดกระทรวงไอซีที กล่าวว่า หลังจากแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแล้วเสร็จ ที่ประชุมได้มอบหมายให้ทุกกระทรวงนำแผนแม่บทดังกล่าวไปพิจารณาว่าแผนฉบับนี้สามารถสอดคล้องกับแผนงานแต่ละกระทรวงอย่างไรบ้าง และให้มีการทำแผนรายงานกลับมายังคณะรัฐมนตรีโดยเร็ว รวมถึงมอบหมายให้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย รับแผนดังกล่าวไปพิจารณาให้สอดคล้องกับการพัฒนาเอสเอ็มอีเพื่อดำเนินการให้เป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการในที่ประชุมให้กระทรวงไอซีทีเป็นเจ้าภาพในการประชุมระดับส่วนราชการเพื่อให้นำแผนแม่บทฉบับดังกล่าวดำเนินการให้สอดคล้องกับทุกกระทรวงภายใต้กรอบระยะเวลา 1 ปี 6 เดือน
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้เห็นชอบโครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อให้เกิดการพัฒนาโครงข่ายอินเตอร์เนต ครอบคลุม 30,000 หมู่บ้าน หลังจากคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณเบื้องต้นไปแล้ว ก็จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม 2560 ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรียังสั่งการให้เร่งดำเนินการโครงข่ายอินเตอร์เนตระหว่างประเทศเพื่อให้ไทยเป็นศูนย์การดิจิทัลของภูมิภาคอาเซียน
นายศักดิ์ เสกขุนทด ผู้อำนวยการสำนักงานรัฐบาลอิเลคทรอนิกส์ กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมยังได้เห็นชอบการพัฒนาศูนย์ข้อมูลในประเทศ หรือ Data Center สู่ระบบคลาวด์ (Cloud) เพื่อเป็นการบริหารจัดการข้อมูล โดยขณะนี้ภาครัฐมีหน่วยงานที่ดำเนินการด้าน Data Center อยู่ 300 แห่ง มีค่าดูแล 10,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งหากมีการจัดทำ Data Center และส่งเสริมให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมกับภาครัฐก็จะลดค่าใช้จ่ายในการดูแลได้อย่างน้อย ร้อยละ 30 ซึ่งในปีนี้ ทั้งนี้มีภาคเอกชนรายใหญ่จากต่างประเทศ สนใจเข้ามาลงทุนด้านนี้ ซึ่งสามารถที่จะพัฒนาการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐเพื่อส่งเสริมการให้บริการใหม่ๆ ให้กับประชาชนได้อีกด้วย โดยการดำเนินงานจะใช้ระยะเวลา 2 ปี