นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวถึงมาตรการหยุดกรีดยางระหว่างเดือนมกราคม ถึงมีนาคม 2561 ว่า จะดำเนินการในพื้นที่ของรัฐ 3 แห่ง คือ การยางแห่งประเทศไทย(กบท.) กรมวิชาการเกษตร และองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.) จำนวนประมาณ 100,000 ไร่เท่านั้น ยันไม่กระทบเกษตรกรในพื้นที่อื่น ทั้งนี้เพื่อเป็นการลดผลผลิตยางออกสู่ตลาด ช่วงสั้นๆ
"ได้มีข้อเสนอให้รัฐบาลร่วมมือกับประเทศอินโดนีเซีย และมาเลเซีย ให้ช่วยดำเนินมาตรการหยุดกรีดยางในช่วงเวลาเดียวกันและปริมาณเท่ากันกับประเทศไทย จะเป็นการลดผลผลิตยางออกสู่ตลาด เพื่อกระตุ้นให้มีความต้องการใช้ยางเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้ราคายางมีการขยับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย"
สำหรับมาตรการของประเทศไทยจากการประชุม คณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) ครั้งที่ผ่านมา มีการเห็นชอบเสนอมาตรการและโครงการต่างๆ ทั้งโครงการสนับสนุนสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบกิจการยาง (ยางแห้ง) วงเงิน 20,000 ล้านบาท จะช่วยดูดซับปริมาณยางออกจากระบบ โครงการสนับสนุนสินเชื่อผู้ประกอบการผลิตผลิตภัณฑ์ยาง วงเงิน 15,000 ล้านบาท จะช่วยให้ผู้ประกอบกิจการยางขยายกำลังการผลิต จะใช้ยางในปริมาณเพิ่มมากขึ้น อย่างน้อย ประมาณ 35,550 ตัน/ปี และการรับซื้อยางจากเกษตรกร สถาบันเกษตรกรชาวสวนยางจำนวน 2 แสนตัน เพื่อป้อนเข้าหน่วยงานรัฐในการนำไปใช้ภายในประเทศ รวมทั้ง โครงการควบคุมปริมาณผลผลิตที่มีมาตรการเร่งรัดการโค่นของภาคเกษตรกร และลดผลผลิตของหน่วยงานภาครัฐ ในช่วงเดือนมกราคม ถึง มีนาคม 2561 ล้วนเป็นแนวทางที่จะส่งเสริม และสนับสนุนการลดผลผลิตยางออกสู่ตลาด โดย กยท. จะเสนอให้ประเทศสมาชิกสภาไตรภาคียางระหว่างประเทศ (ITRC) ทราบต่อไป เพื่อให้ปฏิบัติเป็นไปในทิศทางเดียวกัน หลังจากผ่านมติ ครม.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะมีการประชุมร่วมกันในต้นเดือนหน้า