นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า องค์กรภาครัฐ องค์กรเอกชน และบริษัทเอกชน จะรวมตัวกันเป็น "ภาคีเครือข่ายอี-คอมเมิร์ซไทย" เพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลกันทั้งระบบ โดยจะลงนาม MOU ในวันที่ 17 พฤษภาคม 2561
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้บรรลุข้อตกลง 7 ข้อ ในการส่งเสริมพัฒนาธุรกิจอี-คอมเมิร์ซไทยให้มีความเข้มแข็งและเป็นปึกแผ่น โดยข้อตกลงฯ ดังกล่าวประกอบด้วย 1) การส่งเสริมและพัฒนาองค์ความรู้ โดยจะมีการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านต่างๆ ให้คำปรึกษาแนะนำ และข้อมูลข่าวสารด้านการประกอบธุรกิจ รวมถึงเผยแพร่กรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จ เพื่อช่วยพัฒนาขีดความสามารถด้านการตลาดให้มีความเข้มแข็งและมีศักยภาพในการแข่งขัน
2) ส่งเสริมการตลาดทั้งในรูปแบบของออฟไลน์และออนไลน์เพื่อสร้างโอกาสทางการตลาด ส่งเสริมการตลาด และช่องทางการจัดจำหน่าย ในการช่วยเหลือธุรกิจให้สามารถใช้ช่องทางการตลาดต่างๆ เพื่อส่งเสริมธุรกิจได้อย่างครบวงจร 3) ประชาสัมพันธ์ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ และจัดให้มีช่องทางการประชาสัมพันธ์ที่หลากหลายเพื่อให้สามารถสร้างการรับรู้และเข้าถึงผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด 4) สร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบธุรกิจด้วยกัน และระหว่างผู้ประกอบธุรกิจกับภาครัฐเพื่อสร้างความเข้มแข็งและพัฒนาศักยภาพในการประกอบธุรกิจ ทำให้วงการอี-คอมเมิร์ซของไทยเกิดพลังที่แข็งแกร่ง
5) เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างผู้ประกอบการที่ประกอบธุรกิจอี-คอมเมิร์ซจากการพัฒนาของกระทรวงพาณิชย์ กับตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย (e-Marketplace) ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าให้กับผู้ประกอบการ 6) การอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการอี-คอมเมิร์ซไทยที่ได้รับการพัฒนาจากกระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานพันธมิตรให้สามารถพัฒนาระบบขนส่ง (Logistics) และระบบชำระเงิน (Payment) ที่สอดคล้องกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ และ 7) กิจกรรมอื่นๆ ที่จะเป็นการส่งเสริมพัฒนาผู้ประกอบการอี-คอมเมิร์ซของไทยให้มีความเข้มแข็ง
"ผู้ประกอบการฯ ที่เข้าร่วมประชุมเห็นควรให้ความสำคัญต่อขั้นตอนการอบรมสัมมนาเพื่อสร้างองค์ความรู้ด้านอี-คอมเมิร์ซแก่เอสเอ็มอี โดยให้มีการติดตามผลประกอบการและการดำเนินงานหลังจากที่ได้อบรมฯ ไป เพื่อให้เห็นผลเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน รวมถึง ตั้งทีมที่ปรึกษาขึ้นมาคอยให้คำปรึกษาแก่เอสเอ็มอีที่เพิ่งจะเริ่มใช้อี-คอมเมิร์ซเป็นช่องทางในการขยายตลาดและขายสินค้า เพื่อให้สามารถดำเนินการได้ตลอดรอดฝั่ง"รมว.พาณิชย์ กล่าว
สำหรับหน่วยงานภาคเอกชนและภาครัฐที่เข้าร่วมประชุมหารือมีจำนวนทั้งสิ้น 26 หน่วยงาน ประกอบด้วย ภาคเอกชน : 1) ตลาดดอทคอม 2) บิ๊กซีซุปเปอร์เซ็นเตอร์ 3) ไทยช้อป อีคอมเมิร์ซ 4) แอลเอ็นดับเบิ้ลยูช็อป 5) ซีแมนทิค ทัช (BentoWeb) 6) บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ 7) นิ่มซี่เส็งโลจิสติกส์ 8) บลู แอนด์ ไวท์ 9) อี-อินดัสทรี เน็ตเวิร์ค 10) เคทีซี โกบอล โลจีสติกส์ 11) ทูซีทูพี (ประเทศไทย) 12) ธ.กรุงเทพ 13) ธ.กสิกรไทย 14) ธ.ไทยพาณิชย์
ภาครัฐ : 15) กรมพัฒนาธุรกิจการค้า 16) กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ 17) กรมการค้าภายใน 18) กรมทรัพย์สินทางปัญญา 19) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 20) องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อตก.) 21) กรมการพัฒนาชุมชน 22) สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม 23) กระทรวงวัฒนธรรม 24) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) 25) สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และ 26) ไปรษณีย์ไทย