แมทเทล อิงค์ บริษัทของเล่นรายใหญ่ของโลกเปิดเผยว่า ผลกำไรของบริษัทลดลง 1% ในไตรมาสที่ 3 อันมีสาเหตุมาจากการเรียกคืนของเล่นหลายครั้งในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
รายได้สุทธิของไตรมาสที่ 3 สิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย. ลดลงเหลือ 236.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 61 เซนต์ต่อหุ้น จากเดิมที่ 239 ล้านดอลลาร์ หรือ 62 เซนต์ต่อหุ้นในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ผลประกอบการในไตรมาสดังกล่าวหักค่าเสียหายกว่า 40 ล้านดอลลาร์จากการเรียกคืนของเล่นจากจีนซึ่งปนเปื้อนสารตะกั่วแล้ว
ยอดขายของบริษัทขยับขึ้น 3% เป็น 1.84 พันล้านดอลลาร์ จาก 1.79 พันล้านดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว โดยได้รับแรงหนุนหลักจากเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง
ผลสำรวจซึ่งจัดทำโดยสำนักข่าวธอมสัน ไฟแนนเชียล เปิดเผยว่า นักวิเคราะห์คาดว่าผลกำไรของบริษัทจะอยู่ที่ 70 เซนต์ต่อหุ้น จากผลประกอบการณ์ทั้งหมด 1.91 พันล้านดอลลาร์
ตั้งแต่เดือนส.ค.ที่ผ่านมา แมทเทลประกาศเรียกคืนของเล่น 3 ครั้ง รวมทั้งหมด 21 ล้านชิ้น เนื่องจากของเล่นดังกล่าวปนเปื้อนสารตะกั่วและมีชิ้นส่วนแม่เหล็กขนาดเล็กซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้
"แม้บริษัทจะเผชิญกับปัญหาในช่วงไตรมาสที่ 3 จนระบบซัพพลายเชนเกิดความปั่นป่วนและส่งผลกระทบต่อยอดขาย แต่เราก็ผ่านพ้นมาได้ด้วยดี" โรเบิร์ต เอ เอ็คเคิร์ท ประธานและหัวหน้าผู้บริหารกล่าว "ตุ๊กตาบาร์บี้ยังคงขายได้เรื่อยๆในสหรัฐ แม้ยอดขายจะลดลงเพราะได้รับผลกระทบโดยตรงจากระบบซัพพลายเชนก็ตาม"
นายเอ็คเคิร์ทกล่าวว่า ยอดขายทั่วโลกยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ยอดขายในสหรัฐลดลงเล็กน้อยในไตรมาสดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ของเล่นในเครือฟิชเชอร์-ไพรซ์ และของเล่นจากภาพยนตร์เรื่อง "Cars" ของดิสนีย์-พิกซาร์ ก็ยังขายได้มากเหมือนเดิม สำนักข่าวเอพีรายงาน
--อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย ปรียพรรณ มีสุข/ปนัยดา โทร.0-2253-5050 ต่อ 323 อีเมล์: panaiyada@infoquest.co.th--