นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกในการประชุมซึ่งจะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ หลังจากมีข้อมูลบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่าคณะกรรมการเฟดบางคนอาจคัดค้านการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ เพราะการลดอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันหลายครั้งจะทำให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูง
นายโจเอล นารอฟฟ์ หัวหน้านักวิเคราะห์จาก นารอฟฟ์ อีโคโนมิก แอดไวเซอร์ส กล่าวว่า นายเบน เบอร์นันเก้ ประธานเฟด และนายโดนัลด์ คอห์น รองประธานเฟด ได้ออกมาส่งสัญญาณก่อนหน้านี้ว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกเพื่อป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอย โดยเขาคาดว่าเฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกอย่างน้อย 0.25%
ขณะที่ เบนจามิน รีตเซส นักวิเคราะห์จาก บีเอ็มโอ แคปิตอล มาร์เก็ตส์ มองว่า กล่าวว่าข้อมูลด้านแรงงานในขณะนี้อาจทำให้เฟดลดอัตราดอกเบี้ยลงถึง 0.50%
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรประจำเดือนพ.ย.เพิ่มขึ้น 94,000 อัตรา โดยมีภาคการบริการเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก
ก่อนหน้านี้ ADP ซึ่งเป็นองค์กรที่ให้บริการด้านข้อมูลจ้างงานของสหรัฐซึ่งระบุว่า ภาคเอกชนในสหรัฐมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 189,000 อัตราในเดือนพ.ย. สำนักข่าวธอมสัน ไฟแนนเชียลรายงาน
--อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย รัตนา พงศ์ทวิช โทร.0-2253-5050 ต่อ 327 อีเมล์: ratana@infoquest.co.th--