ผลการศึกษาจากหอการค้าของสหรัฐระบุว่า แผนการของรัฐบาลในการปราบปรามแรงงานเถื่อนจะทำให้นายจ้างสูญเสียค่าใช้จ่ายกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ต่อปี และส่งผลให้แรงงานที่ถูกกฎหมายสูญเสียรายได้นับพันล้านดอลลาร์
ริชาร์ด เบลเซอร์ ที่ปรึกษาที่หอการค้าจ้างมาเพื่อทำการศึกษาดังกล่าว กล่าวว่า เงินจำนวนดังกล่าวเพียงพอที่จะกระตุ้นให้เกิดการร่างกฎหมาย ซึ่งจะกำหนดให้กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิวิเคราะห์ถึงผลกระทบของแผนการดังกล่าวโดยละเอียดมากขึ้น
โดยกฏข้อบังคับกรณีชื่อและหมายเลขประกันสังคมไม่ตรงกันซึ่งกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิเป็นผู้เสนอนั้น จะกำหนดให้นายจ้างไล่ลูกจ้างที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาชื่อและหมายเลขประกันสังคมที่ไม่ตรงกัน ซึ่งหอการค้าได้ออกมาคัดค้านแผนการดังกล่าว
ทั้งนี้ จะมีการทำประชาพิจารณ์เกี่ยวกับการศึกษาของเบลเซอร์ และจะถูกส่งให้กับกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิต่อไป ซึ่งกระทรวงความมั่นคงจะลงมติรับร่างกฎหมายดังกล่าวหลังจากที่ทำประชาพิจารณ์ซึ่งจะมีขึ้นในวันศุกร์นี้
กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิจะกำหนดค่าใช้จ่ายของนายจ้างตามจำนวนลูกจ้าง และจะคำนวณว่ามีแรงงานเถื่อนในสัดส่วนเท่าไหร่ ซึ่งคาดว่านายจ้างจะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากนัก
เบลเซอร์ซึ่งเป็นอดีตนักเศรษฐศาสตร์จากสำนักงานบริหารและงบประมาณ ได้พิจารณาถึงค่าใช้จ่ายโดยรวม และปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยจากจำนวนนายจ้างในแต่ละประเภท โดยกระทรวงความมั่นคงฯคาดว่า จะมีแรงงานที่ถูกกฎหมายต้องออกจากงาน 2% ต่อปี เนื่องจากไม่สามารถแก้ไขปัญหาหมายเลขประกันสังคมไม่ตรงกับชื่อได้
เขากล่าวว่า การปราบปรามแรงงานเถื่อนจะทำให้นายจ้างที่จดทะเบียนลูกจ้างถูกต้องตามกฏหมายได้รับผลกระทบ และการสูญเสียแรงงานจำนวนมากจะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการผลิตสินค้าของบริษัทด้วย สำนักข่าวเอพีรายงาน
--อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย วณิชชกร ควรพินิจ/สุนิตา โทร.0-2253-5050 ต่อ 315 อีเมล์: sunita@infoquest.co.th--