ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 34.50/52 แกว่งแคบ รอลุ้นประชุมเฟด คาดกรอบพรุ่งนี้ 34.40-34.70

ข่าวเศรษฐกิจ Tuesday July 25, 2023 17:40 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้อยู่ที่ระดับ 34.50/52 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่า เล็กน้อยจากช่วงเช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 34.47 บาท/ดอลลาร์

ระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบ โดย low สุดที่ระดับ 34.47 บาท/ดอลลาร์ และ high สุดที่ระดับ 34.56 บาท/ดอลลาร์ ซึ่งเงินบาทได้ปรับขึ้นไปช่วงที่มีข่าวเลื่อนประชุมรัฐสภาเพื่อโหวตนายกรัฐมนตรีออกไปจากวันที่ 27 ก.ค. แต่เป็นการพุ่งขึ้น ในจังหวะสั้นๆ เท่านั้น เพราะนักลงทุนให้ความสนใจกับการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในช่วงกลางสัปดาห์นี้มากกว่า

"บาทวันนี้ยังแกว่งแคบๆ แต่มีช่วงสั้นๆ เท่านั้น ที่พุ่งขึ้นไปตอนที่รับข่าวเลื่อนโหวตนายกฯ นักลงทุนรอประเด็นเฟดมากกว่า คาดว่ารอบนี้คงขึ้นอีก 0.25% และน่าจะเป็นครั้งสุดท้ายของขาขึ้นดอกเบี้ย" นักบริหารเงินระบุ

นักบริหารเงิน คาดว่า พรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 34.40 - 34.70 บาท/ดอลลาร์

  • ปัจจัยสำคัญ
  • เงินเยนอยู่ที่ระดับ 141.36/41 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 141.41 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.1041/1045 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1072 ดอลลาร์/ยูโร
  • ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,526.30 จุด เพิ่มขึ้น 2.49 จุด (+0.16%) มูลค่าการซื้อขาย 42,461 ล้านบาท
  • สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติขายสุทธิ 356.44 ลบ.(SET+MAI)
  • การประชุม 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลในวันนี้ ได้เลื่อนออกไปก่อน โดยมีการระบุถึงสาเหตุว่า เนื่องจากการทำงานที่ได้รับ
มอบหมายยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร
  • ประธานรัฐสภา สั่งงดการประชุมคณะกรรมการประสานงาน (วิป 3 ฝ่าย) ที่นัดประชุมในวันพรุ่งนี้ (26 ก.ค.) และการ
ประชุมรัฐสภาเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 27 ก.ค.ออกไปก่อน หลังฝ่ายกฎหมายให้ความเห็นว่าเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง หลัง
ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องถึงศาลรัฐธรรมนูญแล้ว
  • ประธานศาลรัฐธรรมนูญ เผยหลังได้รับคำร้องจากผู้ตรวจการแผ่นดิน คาดว่าจะใช้เวลาในการตรวจสอบความถูกต้องของ
คำร้อง 2 วัน จากนั้นจะส่งให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดเล็กพิจารณาว่าจะรับคำร้องไว้วินิจฉัยหรือไม่ โดยจะใช้เวลาในการพิจารณาคำ
ร้องอีก 5 วัน ซึ่งรวมแล้วจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนที่จะมีคำสั่งว่ารับหรือไม่รับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินไว้พิจารณา
  • สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยยอดส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปในเดือน มิ.ย. 66 อยู่ที่ 88,826
คัน ขยายตัวเพิ่มขึ้น 20.22% จากเดือน มิ.ย. 65 เนื่องจากการผลิตรถยนต์นั่ง และรถ PPV เพื่อส่งออกเพิ่มขึ้น
  • ส.อ.ท. ปรับประมาณการผลิตปี 66 เหลือ 1.90 ล้านคัน หรือลดลงจากเดิม 2.56% (1.95 ล้านคัน) หลังรถ EV แย่ง
ส่วนแบ่งตลาด
  • สมาคมทองคำจีน (CGA) เผย ปริมาณการใช้ทองคำของจีนในช่วงครึ่งแรกของปี 2566 เพิ่มขึ้นกว่า 16% แตะที่
554.88 ตัน ขณะเดียวกัน ผลผลิตทองคำเพิ่มขึ้น 2.24% แตะที่ 178.598 ตัน
  • ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของเยอรมนี ลดลงเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันในเดือนก.ค. ซึ่งบ่งชี้ว่า เส้นทางสู่การฟื้นตัวของ
เศรษฐกิจอาจยังอีกยาวไกลสำหรับเยอรมนี ที่กำลังดิ้นรนเพื่อให้หลุดพ้นจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย
  • ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตรโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repurchase
rate) ระยะเวลา 7 วัน ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 5.75% ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ และเป็นการตรึงดอกเบี้ยติดต่อกัน
เดือนที่ 6 โดยระบุว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับปัจจุบัน เพียงพอแล้วที่จะรับประกันว่าเงินเฟ้อจะเคลื่อนไหวในกรอบเป้าหมายในปีนี้
  • ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (BSP) พร้อมที่จะกลับมาดำเนินนโยบายคุมเข้มด้านการเงินอีกครั้ง เนื่องจากเงินเฟ้อยังคง

อยู่ในระดับที่สูงมาก โดยตั้งเป้าที่จะฉุดเงินเฟ้อให้ลดลงสู่เป้าหมายที่ระดับ 2-4% ในปีนี้ ขณะที่ปัจจุบัน อัตราเงินเฟ้อของฟิลิปปินส์อยู่

ที่ระดับ 5.4% ในเดือนมิ.ย.


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ