
นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของราคาทองคำนับแต่เปิดต้นปี 2568 ว่า ทองคำได้ขึ้นไปทำราคาสูงสุดใหม่แล้วถึง 10 ครั้ง โดยล่าสุด มีราคาสุดสูงอยู่ที่ 2,956 ดอลลาร์สหรัฐ/ทรอยออนซ์
สำหรับช่วงสัปดาห์นี้ ราคาทองคำอาจจะเคลื่อนไหวลักษณะแกว่งตัวในกรอบ ซึ่งหากน้ำหนักไปทางบวกหรือลบ ทิศทางก็จะสนับสนุนการเคลื่อนไหวระยะถัดไปให้ไปทิศทางนั้น แต่จะเป็นการเคลื่อนไหวเพียงระยะสั้น เนื่องจากเป็นปกติที่สถานการณ์ราคาทองคำขึ้นไปทำจุดสูงสุดก็จะมีแรงขายทำกำไรออกมา โดยการที่ราคาย่อตัวลงมาทุกครั้ง ถือเป็นเรื่องที่ดีทำให้นักลงทุนมีโอกาสเข้าไปซื้อในราคาที่ไม่สูงเกินไป
ทั้งนี้ YLG มองว่าปีนี้ ราคาทองคำจะยังปรับตัวขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง โดยยังยึดเป้าหมายเดิมไว้ที่ 3,000 ดอลลาร์สหรัฐ/ทรอยออนซ์ และหากผ่านเป้าหมายนี้ไปได้ จะไปที่แนวต้านถัดไปที่ 3,100 ดอลลาร์สหรัฐ/ทรอยออนซ์ แม้ว่าสถาบันการเงินต่างประเทศจะเริ่มออกมาขยับเป้าหมายราคาทองคำเพิ่มขึ้นจากเดิม แต่ YLG ยังให้เป้าหมายเดิม ดังเหตุผลข้างต้น คือ ทุกครั้งที่มีการปรับตัวขึ้น ได้เห็นแรงเทขายระยะสั้นออกมา
ส่วนทองคำในประเทศ ให้เป้าหมาย 48,000 บาท/บาททองคำ และเป้าหมายถัดไป 49,500-50,000 บาท/บาททองคำ
สำหรับปัจจัยสนับสนุนที่จะทำให้ราคาทองคำไปถึงเป้าหมายในปีนี้ นอกจากระยะสั้น ที่ได้แรงซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยจากความต้องการเพื่อป้องกันความเสี่ยงของนักลงทุน ต่อนโยบายของ "โดนัล ทรัมป์" ที่มีความผันผวน ซึ่งอาจไปกระตุ้นการเกิดสงครามการค้า และกระทบเศรษฐกิจในอนาคต นักลงทุนจึงยังคงมีทองคำไว้ในพอร์ตในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
ทั้งนี้ ผลกระทบดังกล่าวอาจเป็นปัจจัยต่อเนื่องไปสู่แนวทางการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่อาจทั้งปรับลดดอกเบี้ย 2 ครั้งตามคาดการณ์เดิม หรืออาจแข็งกร้าวมากขึ้นได้เช่นกัน หากเงินเฟ้อมีการเร่งตัว จึงยังควรจับตาอย่างใกล้ชิด ส่วนปัจจัยระยะยาวยังคงได้ดีมานด์สำคัญจากบรรดาธนาคารกลางทั่วโลก ในฐานะทุนสำรองระหว่างประเทศ
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยที่น่าติดตามอื่น ๆ เช่น ความขัดแย้ง รัสเซีย-ยูเครน ที่ยังต้องจับตาในช่วง 2 สัปดาห์ถัดจากนี้ เนื่องจาก "เซอร์เกย์ รยาคอฟ" รมช.ต่างประเทศรัสเซีย กล่าวว่า การเจรจาครั้งที่ 2 นี้ คาดหวังว่าจะเกิดขึ้นใน 2 สัปดาห์ หลังจากได้จัดการเจรจากับสหรัฐฯ ครั้งแรกไปเมื่อ 18 ก.พ. ที่ผ่านมา ขณะที่ล่าสุดมีรายงานข่าวว่า ได้มีการเจรจาตกลงเปิดทางให้สหรัฐฯ สามารถเข้าถึงแหล่งสำรองแร่ธาตุสำคัญของยูเครนแล้ว นอกจากนี้ "โดนัลด์ ทรัมป์" ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ปธน.ยูเครน "เซเลนสกี" ต้องการเดินทางมายังวอชิงตันในวันศุกร์ เพื่อลงนามใน "ข้อตกลงใหญ่ (very big deal)"
ส่วนปัจจัยซึ่งเป็นที่พูดถึงกันว่า สหรัฐอาจทำการตรวจสอบทองคำสำรองของสหรัฐที่ Fort Knox ซึ่งเป็นแหล่งเก็บทองคำของสหรัฐในจำนวนกว่าครึ่งหนึ่ง รวมไปถึงการปรับมูลค่าใหม่ (Revalue) ในรอบ 50 ปี ปัจจัยเหล่านี้ อาจยังไม่ได้มีผลกระทบราคาทองคำในระยะสั้น เนื่องจากการตรวจสอบทองคำใน Fort Knox จำนวนกว่า 4,500 ตัน จำเป็นต้องใช้เวลานานอย่างน้อย 1 ปี และแม้ว่าการปรับมูลค่าใหม่ของทองคำในทางทฤษฏีแล้ว จะสามารถเพิ่มสภาพคล่องในงบดุล และเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับสหรัฐ อย่างไรก็ตาม "สก็อตต์ เบสเซนต์" รมว.คลังสหรัฐ ได้ปฏิเสธข้อสันนิษฐานที่สหรัฐจะปรับมูลค่าทองคำใหม่ว่า นั่นไม่ใช่สิ่งที่ตัวเขาคิด และไม่มีแผนไปเยือน Fort Knox พร้อมกล่าวย้ำว่า ทองคำทั้งหมดนั้นยังอยู่ที่นั่น
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในระยะสั้น YLG ยังคงแนะนำนักลงทุนให้หาจังหวะเข้าซื้อทองคำเมื่อย่อตัวที่แนวรับ 2,900-2,877 ดอลลาร์สหรัฐ/ทรอยออนซ์ โดยแม้ทองคำถูกเทขายทำกำไรสลับออกมา แต่ตราบใดที่ราคาไม่หลุด 2,877 ดอลลาร์สหรัฐ/ทรอยออนซ์ ก็จะยังคงรักษาโมเมนตัมเชิงบวกในระยะกลางไว้ได้ และเมื่อราคาปรับตัวขึ้น ให้ทยอยแบ่งทำกำไรที่แนวต้าน 2,944-2,956 ดอลลาร์สหรัฐ/ทรอยออนซ์ ส่วนราคาทองคำแท่ง 96.5% ในประเทศ แนะนำทำกำไรจากการแกว่งตัวในกรอบ 46,000-47,300 บาท/บาททองคำ
ทั้งนี้ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา YLG พบว่านักลงทุนมากกว่า 50% ที่ลงทุนผ่านระบบออนไลน์มีอายุต่ำกว่า 30 ปี และพบว่ามีนักลงทุนอายุต่ำกว่า 25 ปี มีเพิ่มมากขึ้นทุกปี ซึ่งถือเป็นเรื่องดีที่คนรุ่นใหม่หันมากระจายความเสี่ยงการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย และล่าสุด YLG มีบริการแอปพลิเคชั่น Get Gold by YLG ที่สามารถลงทุนได้ด้วยตนเองตั้งแต่อายุ 20 ปี ส่วนผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี จะต้องมีการลงนามยินยอมจากผู้ปกครอง
โดย แอปพลิเคชั่น Get Gold by YLG เหมาะสำหรับนักลงทุนรายย่อย ที่ต้องการลงทุนทองคำทั้งแบบเทรดแบบเรียลไทม์ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำ 100 บาท และนักลงทุนระยะยาว ทั้งแบบสะสมแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน DCA (Dollar-Cost-Average) หรือทำการซื้อด้วยตนเองก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่น่าสนใจ เพราะจะทำให้นักลงทุนสามารถสร้างวินัยการออม และเข้าถึงราคาทอง Gold Spot แบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง เข้าถึงง่ายด้วยสมาร์ตโฟน และมีความน่าเชื่อถือ มีความปลอดภัย สามารถทำกำไรได้จริง