ที่ประชุมสุดยอดว่าด้วยความมั่นคงทางอาหารโลกซึ่งเปิดฉากขึ้นที่กรุงโรมในวันนี้จะมีการเรียกร้องให้กลุ่มประเทศที่ร่ำรวยร่วมมือกันฟื้นฟูความช่วยเหลือด้านการเกษตรในกลุ่มประเทศยากจนที่เผชิญภาวะซบเซามาตลอด 20 ปี เพื่อช่วยแก้ปัญหาราคาอาหารที่ปรับตัวสูงขึ้น
ในที่ประชุมดังกล่าวจะมีผู้นำภาครัฐประมาณ 35 ราย ซึ่งรวมถึงประธานาธิบดีลูอิซ อินาชิโอ ลูลา ดา ซิลวาของบราซิล และประธานาธิบดีนิโคลา ซาร์โกซีย์ของฝรั่งเศส ซึ่งจะหามาตรการที่สร้างความเชื่อมั่นว่าราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่พุ่งทะยานขึ้นสูงสุดในช่วง 30 ปีจะไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้หิวโหยกว่า 860 ล้านคนทั่วโลก
ราคาอาหารพุ่งขึ้น 60% ตั้งแต่ต้นปี 2550 ได้สร้างความวุ่นวายในกว่า 30 ประเทศ ซึ่งรวมถึงแคมารูน และอียิปต์ ที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าอาหาร โดยกลุ่มประเทศที่ร่ำรวยที่สุดทุ่มเงิน 6.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินเมื่อปีที่ผ่านมา ขณะที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่ากลุ่มประเทศดังกล่าวจะจ่ายเงินเพิ่มอีกหากยังไม่มีนโยบายกระตุ้นผลผลิตเพิ่มขึ้น
"หล้กใหญ่ใจความที่จะมีการหารือในการประชุมที่กรุงโรมอยู่ที่การกำหนดนโยบายกระตุ้นการพัฒนาภาคการเกษตรในประเทศกำลังพัฒนาและกำหนดเงินงบประมาณในการสนับสนุนโครงการดังกล่าว" ไบรอัน การ์ดเนอร์ ผู้อำนวยการนโยบายอาหารสากลในอังกฤษกล่าว "แต่คำถามสำคัญอยู่ที่ว่าเรามีเงินเพียงพอที่จะสนับสนุนโครงการนี้หรือไม่
ด้านนายบัน กี มุน เลขาธิการสหประชาชาติจะเรียกร้องให้มีการยกเลิกเงินช่วยเหลือด้านราคาอาหาร ภาษีสินค้าการเกษตร และห้ามการส่งออกซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในความพยายามที่จะลดต้นทุนการผลิตข้าวสาลีและอาหารหลักอื่นๆ
--อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย อรษา สงค์พูล/รัตนา โทร.0-2253-5050 ต่อ 327 อีเมล์: ratana@infoquest.co.th--