บริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ ซึ่งรถรุ่น Focus ของบริษัทขึ้นแท่นรถขายดีอันดับหนึ่งในรัสเซีย คาดการณ์ว่า ยอดขายรถยนต์ฟอร์ดในรัสเซียจะหดตัวลงมากถึง 50% ในปีนี้ ทั้งๆที่รัสเซียเคยเป็นตลาดรถยนต์ที่ขยายตัวรวดเร็วเป็นอันดับ 2 ของโลก
ไนเจล แบรคเคนบูรี กรรมการผู้จัดการฟอร์ดสาขารัสเซียกล่าวให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวที่กรุงมอสโคว์ ว่า "ภาวะเศรษฐกิจถดถอยส่งผลให้ดีมานด์รถของฟอร์ดหดตัวลง ไม่เว้นแม้แต่ในรัสเซีย เรามีรถยนต์ที่ยังคงค้างสต็อกอยู่ตั้งแต่ปี 2551"
ค่ายรถยนต์หลายรายกำลังเผชิญกับปัญหายอดขายตกต่ำในยุโรปมากกว่าที่สมาคมธุรกิจยุโรประบุไว้ว่า ยอดขายหดตัวลง 19% ในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ โดยคาดว่ายอดขายของโฟล์คสวาเก้น เอจี และโตโยต้า มอเตอร์ ในรัสเซียจะทรุดตัวลงถึง 1 ใน 3 เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เช่าซื้อรถยนต์พุ่งขึ้นกว่า 20% และค่ายรถยนต์ถูกกระทบจากภาวะเศรษฐกิจซบเซา
ยอดขายรถยนต์ในรัสเซียช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ ทรุดลง 36% เหลือเพียง 252,314 คัน เนื่องจากค่าเงินรูเบิ้ลอ่อนตัวลงและอัตราดอกเบี้ยพุ่งสูงขึ้น ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าเศรษฐกิจรัสเซียอาจเข้าสู่ภาวะถดถอยในปีนี้หลังจากขยายตัวแข็งแกร่งอย่างโดดเด่นมาเป็นเวลา 10 ปี เนื่องจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลงทำให้ดีมานด์น้ำมันและก๊าสจากรัสเซียหดตัวลงด้วย
ฟอร์ดซึ่งประกาศระงับการผลิตที่โรงงานในเมืองเซนต์ปีเตอร์เบิร์กเป็นเวลา 1 เดือน นับจากช่วงกลางเดือนธ.ค.จนถึงกลางเดือนม.ค.ที่ผ่านมานั้น กำลังหาลู่ทางที่จะลดจำนวนรถยนต์ค้างสต็อก ขณะที่โตโยต้า มอเตอร์ กล่าวว่า บริษัทจะปิดโรงงานในรัสเซียเป็นเวลา 1 สัปดาห์เนื่องจากยอดขายทรุดตัวลง
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลรัสเซียได้ออกมาเคลื่อนไหวหลังจากยอดขายรถยนต์ภายในประเทศทรุดตัวลง ด้วยการให้คำมั่นสัญญาว่าจะจัดสรรงบประมาณ 2.20 แสนล้านรูเบิลเพื่อช่วยเหลืออุตสาหกรรมรถยนต์ ขณะที่กระทรวงเศรษฐกิจรัสเซียคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจภายในประเทศจะหดตัวลง 2.2% ในปีนี้ สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงาน