นักวิเคราะห์คาดตัวเลขสร้างบ้านเดือนเม.ย.สหรัฐพุ่ง 2% หลังภาวะถดถอยทุเลาลง

ข่าวต่างประเทศ Monday May 18, 2009 07:41 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นักวิเคราะห์โพลล์บลูมเบิร์กคาดการณ์ว่า ตัวเลขสร้างบ้านประจำเดือนเม.ย.ของสหัฐจะเพิ่มขึ้น 2% สู่ระดับ 520,000 ยูนิตต่อปี และคาดว่าดัชนีชี้นำเศรษฐกิจประจำเดือนเม.ย.จะปรับตัวขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 1 ปี ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐกำลังทุเลาลง

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐจะเปิดเผยข้อมูลการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือนเม.ย.ในวันอังคาร และสำนักงานคอนเฟอเรนซ์ บอร์ด เตรียมเปิดเผยดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือนเม.ย.ในวันพฤหัสบดีนี้

แซค แพนเดิล นักวิเคราะห์จากบริษัทโนมูระ ซิเคียวริตีส์ อินเตอร์เนชันแนล ในกรุงนิวยอร์ก กล่าวว่า "วิกฤตการณ์ในตลาดอสังหาริมทรัพย์เริ่มคลี่คลายลง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ราคาบ้านที่ปรับตัวขึ้นและความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่พุ่งสูงขึ้น ยังเป็นหนึ่งในปัจจัยที่จะหนุนดัชนีชี้นำเศรษฐกิจให้ปรับตัวเพิ่มขึ้นด้วย"

นายลอว์เรนซ์ ซัมเมอร์ส ที่ปรึกษาเศรษฐกิจของประธานาธิบดีบารัค โอบามา เชื่อว่า "การทรุดตัวอย่างต่อเนื่อง" (unremitting freefall) ของเศรษฐกิจสหรัฐได้สิ้นสุดลงแล้ว เนื่องจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจในสหรัฐเริ่มฟื้นตัวขึ้น รวมถึงภาคการผลิตและราคาผู้บริโภค ซึ่งการแสดงความคิดเห็นของซัมเมอร์สยังสอดคล้องกับที่ เบน เบอร์นันเก้ ประธานเฟดระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นภายในปลายปีนี้ แม้ตัวเลขว่างงานยังคงพุ่งสูงขึ้นก็ตาม

เมื่อเดือนพ.ค.ทีผ่านมา สำนักงานคอนเฟอเรนซ์ บอร์ด เปิดเผยว่า ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจสหรัฐร่วงลง 0.3% ในเดือนมี.ค. โดยร่วงลงเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน และรุนแรงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้ว่าจะลดลงเพียง 0.2% ขณะที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดการสร้างบ้านใหม่ในเดือนมี.ค.ร่วงลง 10.8% แตะที่ระดับ 510,000 ยูนิต ซึ่งทำสถิติทรุดตัวลงหนักสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งที่ 2 ในรอบ 50 ปีนับตั้งแต่เดือนม.ค.2502 ที่ระดับ 488,000 ยูนิต สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงาน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ