ส่วนปี 56 บริษัทตั้งเป้ากำไรกลับมาเติบโตในระดับ 15-20% เนื่องจากเป็นช่วงเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ที่ได้ลงทุนไปในปีนี้ และส่วนลดที่ให้กับลูกค้าเหลืออัตรา 1-2% โดยบริษัทได้เตรียมงบลงทุนอีก 600 ล้านบาท หากสามารถเจรจาลูกค้า 3 รายสำเร็จก็จะต้องสร้างสายการผลิตเพิ่มเติมทั้งชิ้นส่วนยานยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้า รวมทั้งเพื่อรองรับตลาด AEC
อนึ่ง SNC รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/55 เท่ากับ 79 ล้านบาท ลดลง 28%YoY และ 52%QoQ
นายสมชัย ไทยสงวนวรกุล ประธานกรรมการบริหาร SNC คาดว่า ในปีนี้กำไรสุทธิคงทำได้เท่าปีก่อนที่ราว 520 ล้านบาท จากเดิมคาดว่าจะเติบโตราว 20% เนื่องจากบริษัทมีค่าใช้จ่ายย้ายโรงงานหลังน้ำท่วม ค่าเสื่อมราคา และค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร รวมทั้งเปอร์เซ็นต์ที่ให้ส่วนลดสินค้าชิ้นส่วนยายนต์ราว 4-5%
ขณะที่รายได้คาดว่าจะต่ำลงกว่าปีก่อนที่มีรายได้ 8,357 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทได้ตัดยอดขายสินค้า OEM บางตัวที่ทำกำไรน้อยหรือมีอัตรากำไร(มาร์จิ้น)ต่ำ โดยจะไม่รับผลิตเลย ซึ่งสัดส่วนรายได้จากสินค้า OEM คิดเป็น 45-50% ของรายได้รวม
สำหรับไตรมาส 4/55 คาดกำไรสูงกว่าไตรมาส 3/55 เนื่องจากค่าใช้จ่ายย้ายโรงงานส่วนใหญ่บันทึกไปในไตรมาส 3 แล้ว และ ธ.ค.จะกลับมาผลิตมากขึ้น
"ปี 55 กำไรคงย่ำอยู่กับที่ แต่ปี 56 กำไรคาดโต 15-20% ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามเป้า เพราะถ้ายอดขายเพิ่ม กำลังการผลิตใช้เต็ม ค่าเสื่อมก็ลดลงไป เป็นปีที่เก็บเกี่ยวกับสิ่งที่ทำไปแล้ว"
สำหรับปี 56 บริษัทคาดกำไรสุทธิจะกลับมาเติบโต 15-20% เพราะขณะนี้ได้ติดตั้งเครื่องจักรใหม่ไปแล้ว และไม่มีค่าใช้จ่ายย้ายโรงงาน รวมทั้งค่าใช้จ่ายค่าบุคลากรไม่เพิ่มขึ้น และส่วนลดให้กับสินค้ากลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์เหลือแค่ 1-2% จึงนับเป็นช่วงเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ที่ลงทุนไปแล้วในปีนี้
นอกจากนั้น บริษัทยังตั้งงบลงทุน 600 ล้านบาทในปีหน้า หากโครงการที่กำลังเจรจากับลูกค้ารายใหม่ 3 รายสำเร็จ ก็จะทำให้ต้องลงทุนโรงงานเพื่อผลิตสินค้าใหม่ ซึ่งมีทั้งชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและชิ้นส่วนยานยนต์ ขณะที่บริษัทอยู่ระหว่างเจรจาช่องทางขายเพิ่มทั้งค่ายฮอนด้า และโตโยต้า ทั้งนี้ เงินลงทุนดังกล่าวจะเป็นเงินบริษัทเอง 200 ล้านบาท และเงินกู้ 400 ล้านบาท จากปีนี้ลงทุนไป 500 ล้านบาท