NUSA เตรียมงบซื้อที่ดินปี 56 จำนวน 500-600 ล้านบาท เพื่อซื้อทำเลใหม่พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทฯ
ขณะที่ยอดขายในปี 56 บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าไว้ที่ 4 พันล้านบาท จากในปี 55 ที่มียอดขายตามเป้าได้ 3 พันล้านบาท
นายวิษณุ กล่าวว่า ปี 56 เป็นปีที่บริษัทฯ จะมีผลการดำเนินงานเติบโตแบบก้าวกระโดด เนื่องจากสามารถรับรู้รายได้จากการลงทุนในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยจะรับรู้รายได้จำนวนกว่า 2,000 ล้านบาท ตั้งแต่ไตรมาส 2/56 เป็นต้นไป จากโครงการ NUSA GREENERY พระราม 2 , NUSA LAKE COMO พระราม 2 , คอนโด PARC EXO เกษตร-นวมินทร์ ทั้งนี้ซึ่งการรับรู้รายได้จากโครงการทั้ง 3 โครงการในปีนี้จะทำให้รายได้ของ NUSA โต 300% จากปี 55
"ปีนี้ผลการดำเนินงานของเราจะโตแบบก้าวกระโดด เนื่องจากสามารถรับรู้รายได้จากโครงการในปีที่ผ่านมา 2 พันล้านบาท ตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป ซึ่งในปีที่ผ่านมาเรารับรู้รายได้จากโครงการของเราได้น้อย แต่มีโครงการพระราม 2 ที่ระบรู้รายได้ ทำให้รายได้ของเราออกมายังอยู่ในระดับที่ดีในปีที่แล้ว และปีนี้และปีต่อไปเราจะโตแบบก้าวกระโดด เนื่องจากมีโครงการต่างๆทยอยสร้างเสร็จ และรับรู้รายได้มากขึ้น" นายวิษณุ กล่าว
นอกจาก โครงการเปิดใหม่ 6 โครงการในปี 56 บริษัทฯยังมีแผนขยายการลงทุนไปในต่างหวัดอื่นๆ นอกเหนือจากพัทยา จ.ชลบุรี และเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา อย่างเช่น เชียงใหม่และภูเก็ต โดยโครงการในภูเก็ตอยู่ระหว่างการเลือกทำเลในการใช้พัฒนาโครงการ คาดว่าจะได้ข้อสรุปโครงการในภูเก็ตภายในปี 56
ส่วนการขยายโครงการไปในต่างประเทศอยู่ระหว่างการศึกษา ดูความพร้อมและสภาพคล่องของบริษัทฯ เพราะต้องใช้เงินในการลงทุนสูง ถ้ามีโอกาสขยายก็มองทำเลไว้บริเวณประเทศเพื่อนบ้าน
ส่วนความคืบหน้าโครงการ My Ozone เขาใหญ่ พื้นที่ 1.2 พันไร่ มูลค่าโครงการ 6 พันล้านบาท ประกอบไปด้วยโรงแรม 5 ดาว ศูนย์สุขภาพ และสนามกอล์ฟ ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างสนามกอลฟ์จำนวน 18 หลุม ซึ่งคาดว่าภายในสิ้นปี56จะสามารถเปิดให้บริการได้ 6 หลุม แต่ทางบริษัทฯจะเจรจากับผู้ก่อสร้างสนามกอล์ฟให้สามารถเปิดใช้บริการได้ 9 หลุม และจะเสร็จสมบูรณ์ในปี 57
และโครงการ NUSA Waterland พัทยา สวนน้ำระดับโลกและโรงแรม 5 ดาว บนพื้นที่ 160 ไร่ อยู่ระหว่างการปรับปรุงและดีไซน์แบบจากผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศ คาดว่าแล้วเสร็จปี58
ด้านกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (Property Fund) บริษัทฯมีความสนใจและอยู่ระหว่างการศึกษาผลตอบแทนจากกองทุน คาดว่าจะได้ข้อสรุปจากบอร์ดไม่เกินไตรมาส2/56 ถ้าบริษัทฯตัดสินใจลงทุนในกองทุนจะทำให้มีรายได้ในปี 56 เพิ่มอีกประมาณ 1 พันล้านบาท จากโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ของบริษัทฯ 3 โครงการ ได้แก่ NUSA SIRI เอกมัย เปิดดำเนินการแล้ว ส่วน PARC EXO เกษร-นวมินทร์ และ NUSA GREENERY พระราม 2 จะเปิดดำเนินการภายในปีนี้ มูลค่าโครงการรวม 1 พันล้านบาท
ทั้งนี้ธุรกิจให้เช่าของบริษัทฯ ได้รักษาสัดส่วนรายได้อยู่ที่ 5-6% ของกลุ่ม และอัตราค่าเช่าจะปรับเพิ่มขึ้นตามสัญญาเช่าทุก 3 ปี ปัจจุบันอัตราค่าเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1.2 พันบาท/ตร.ม.
นอกจากนี้นายวิษณุ กล่าวถึงการพิจารณาจ่ายปันผลในปีนี้ต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการ ซึ่งจะมีการประชุมบอร์ดในวันที่ 28 ก.พ. 56
"การพิจาณาการจ่ายปันผลต้องขึ้นอยู่กับการประชุมบอร์ดในวันที่ 28 ก.พ. 56 แต่ถ้าเรามองในมุมมองของนักลงทุนถ้ามีการพิจาณาออกว่าไม่มีการจ่ายปันผลเราอาจมีการให้ผลตอบแทนแก่นักลงทุนเป็นรูปแบบอื่นแทน ซึ่งยังคงต้องรอผลการพิจารณาของบอร์ด" นายวิษณุ กล่าว
นายวิษณุ กล่าวถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 56ว่า ยังคงเติบโตต่อเนื่อง และมีแนวโน้มผู้ประกอบการต่างๆขยายโครงการไปในต่างจังหวัดมากขึ้น
ส่วนภาวะฟองสบู่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังไม่มีสัญญาณว่าจะเกิด และคิดว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และธนาคารพาณิชย์ต่างๆมีการติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และควบคุมไม่ให้เกิดภาะฟองสบู่