พร้อมทั้งจะปรับปรุงสาขาเดิม 2-3 แห่ง เช่น เขาใหญ่ เป็นการขยายพื้นที่ขายอีกกว่า 2,000 ตร.ม. เพื่อรองรับความต้องการที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น รวมถึงการย้ายสาขาจากบนห้างลงมาเปิดเป็นสาขาของตัวเอง
"ในส่วนของสาขาเดิมยังมีการขยายตัวของยอดขายเป็นที่น่าพอใจ รวมถึงส่วนผสมของสินค้าที่สามารถเพิ่มสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ 19.5%"นายคุณวุฒิ กล่าว
ทั้งนี้บริษัทฯตั้งเป้าภายใน 4 ปี จะมีโฮมโปร ทั้งหมด 80 สาขา จากปัจจุบันที่มีสาขาทั้งหมด 53 สาขา
นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้าขยายตลาดในส่วนอื่นๆ เพิ่ม โดยการก่อตั้งบริษัท เมกา โฮม เซ็นเตอร์ จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจศูนย์จำหน่ายสินค้าวัสดุก่อสร้าง ซ่อมแซม ปรับปรุง ตกแต่งบ้าน และเครื่องใช้ต่างๆ ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มผู้รับเหมา ช่าง เจ้าของโครงการ และร้านค้าย่อยทั้งในรูปแบบค้าปลีก และค้าส่ง
"ลูกค้าของโฮมโปรในปัจจุบันเป็นกลุ่มลูกค้าเกรด B ขึ้นไป และกว่า 90% เป็นเจ้าของบ้าน โดยเมกา โฮมฯ จะเข้ามาเติมเต็มกลุ่มลูกค้าผู้รับเหมา ช่าง เจ้าของโครงการ ซึ่งจะเป็นการขยายฐานลูกค้าของบริษัทฯให้กว้างมากขึ้น"นายคุณวุฒิ กล่าว
นายคุณวุฒิ กล่าวว่า บริษัทฯตั้งเป้าเงินลงทุนปีนี้ 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งมากกว่าปี 55 ถึง 2 เท่า โดยเงินลงทุนดังกล่าวมาจากเงินทุนของบริษัทฯ 4 พันล้านบาท และอีก 5 พันล้านบาท มาจากกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน กองทุน REIT หรือจากการออกหุ้นกู้ ซึ่งจะมีความชัดเจนภายในไตรมาส 2/56
ทั้งนี้ บริษัทจะรักษาระดับสัดส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E)ให้ไม่เกิน 1 เท่า จากปัจจุบันอยู่ที่ 0.5 เท่า
เงินทุนดังกล่าวจะแบ่งออกเป็นการลงทุนในเมกา โฮมฯ ซึ่งจะใช้เงินลงทุน 500 ล้านบาท/สาขา โดยในปี 56 จะเปิดเมกา โฮมฯ ทั้งหมด 3 สาขา ภายในไตรมาส4/56 โดยสาขาแรกจะเปิดที่นวนคร จ.ปทุมธานี บนเนื้อที่ 38 ไร่ และอีก 2 สาขาจะเปิดในต่างจังหวัด
หลังจากนี้และปีต่อๆไปบริษัทฯตั้งเป้าเปิดสาขาเมกา โฮมฯ เพิ่มปีละ 4-5 สาขา โดยคาดว่าภายใน 4 ปี จะมีสาขาทั้งหมด 20 สาขา ซึ่งจะใช้เงินลงทุน 500 ล้านบาท/สาขา ทั้งนี้บริษัทฯคาดว่าจะมีรายได้สาขาละ 700 ล้านบาท/ปี
นอกจากนี้บริษัทฯ จะใช้เงินลงทุนดังกล่าวไปลงทุนเปิดสาขาที่มาเลเซีย ซึ่งปัจจุบันได้ที่ดินที่กัวลาลัมเปอร์ 2 แห่ง คาดว่าสาขาแรกจะเปิดได้ช่วงต้นปี 57 และสาขาที่สองคาดเปิดได้ภายในไตรมาส 4/57 โดยทั้ง 2 สาขาจะมีเนื้อที่รวมกันประมาณ 10,000 ตร.ม. โดยจะใช้เงินลงทุนสาขาละ 500 ล้านบาท และคาดว่าการขยายสาขาในมาเลเซียจะมีรายได้เข้ามา 500-700 ล้านบาท/ปี
นอกจากนี้ บริษัทฯอยู่ระหว่างการศึกษาการเข้าไปลงทุนในเวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ทั้งนี้การออกไปลงทุนนอกประเทศ เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC)
"การที่เลือกไปลงทุนที่มาเลเซียเป็นประเทศแรก เรามองว่าประเทศนี้ยังไม่มีร้านค้าปลีกที่ขายสินค้าวัสดุก่อสร้างที่ครบวงจรแบบ HMPRO จึงทำให้เป็นประเทศแรกที่เลือกเข้าไปลงทุน" นายคุณวุฒิ กล่าว
สำหรับภาพรวมตลาดวัสดุก่อสร้างปี 56 นายคุณวุฒิ กล่าวว่า ตลาดในต่างจังหวัดมีการขยายตัวอย่างมาก เพราะปัจจุบันมีโครงการอสังหาริมทรัพย์ในต่างจังหวัดที่พร้อมโอนจำนวนมาก ประกอบกับปัจจุบันเทรนด์การตกแต่งบ้านในต่างจังหวัดใกล้เคียงกับกรุงเทพฯมากขึ้น โดยเฉพาะตามหัวเมืองใหญ่ที่มีการขยายตัวอย่างมาก