บริษัทคาดว่ากำไรสุทธิในปีนี้จะทำสถิติสูงสุดตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมา โดยปี 55 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 188.71 ล้านบาท และรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นใกล้เคียงกับปี 55 อยู่ที่ 13% ขณะที่บริษัทตั้งเป้ารายได้ในปีนี้เติบโต 22% จากปี 55 หรือเพิ่มขึ้นมาที่ 5,000 ล้านบาท จากปี 55 ที่มีรายได้ 4.08 พันล้านบาท จากการรับรู้รายได้จาก Backlog ของงานรับเหมาก่อสร้างมูลค่า 3.9 พันล้านบาท และอีก 650 ล้านบาทมาจากการโอนโครงการอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 4 โครงการ
อย่างไรก็ตาม รายได้ในไตรมาส 1/56 อาจจะลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/55 เนื่องจากโครงการอสังหาริมทรัพย์ของบริษัท บิลท์แลนด์ เพิ่งมีการเริ่มโอนเพียงเล็กน้อย ทำให้รายไดในไตรมาสแรกยังไม่เติบโตมาก และรายได้รับเหมาก่อสร้างยังมีการรับรู้ฯไม่มากเช่นกัน
ในปีนี้บริษัทตั้งงบซื้อที่ดินที่ 500 ล้านบาทสำหรับการซื้อที่ดิน 1-2 แปลงเพื่อใช้ในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ อีกทั้งในปีนี้มีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดใหม่ 2 โครงการ ได้แก่ โครงการคอนโดมิเนียม เทมโป แกรนด์ มูลค่า 2 พันล้านบาท โดยจะเปิดตัวโครงการในช่วงไตรมาส 3/56 และทยอยโอนได้ในปี 58 ส่วนอีกโครงการเป็นโครงการคอนโดขนาดเล็ก ซึ่งอยู่ระหว่างการขออนุญาตการก่อสร้าง
นายชัยรัตน์ เปิดเผยว่า บริษัทยังมีแผนออกหุ้นเพิ่มทุนไม่เกิน 23 ล้านหุ้น โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริหารได้มีการอนุมัติแล้ว เหลือเพียงแค่เสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณา โดยมองไว้รูปแบบการเสนอขายทั้งการขายให้ประชาชนทั่วไป(PO)และนักลงทุนเฉพาะเจาะจง(PP)ทั้งนี้บริษัทคาดว่าจะระดมทุนได้ประมาณ 200 ล้านบาท เพื่อนำไปซื้อที่ดินและพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ และมีแผนการนำบริษัท บิลท์แลนด์ จำกัด แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนในเดือน พ.ค.56
“ในเดือนพฤษภาคมปีนี้เราจะนำบริษัทย่อย บิลท์แลนด์เข้าจดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชน เพื่อที่จะสามารถมีการเพิ่มทุนเพื่อนำไปพัฒนาโครงการอสังหาฯใหม่ๆและมีต้นทุนของดอกเบี้ยไม่มาก อีกทั้งต้องการให้ลูกค้ามีความเชื่อถือมากขึ้น ส่วนจะมีการซื้อ-ขายหุ้นเมื่อไหร่นั้นตอนนี้ยังไม่แน่ชัด เนื่องจากเราต้องการให้บิลท์แลนด์ มีรายได้และกำไรที่ดี และผู้ถือหุ้น PREB ต้องได้รับประโยชน์ด้วย ซึ่งบริษัทได้มอง บิลท์แลนด์ในราคาที่สูง แต่ยังไม่สามารถบอกรายละเอียดใดๆได้ตอนนี้ ต้องรอให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างประสบความสำเร็จเท่าที่ควรก่อน"นายชัยรัตน์ กล่าว
ส่วนบริษัทย่อย PCM ได้มีการเพิ่มกำลังการผลิตแผ่นพื้นและผนังสำเร็จรูปอีก 10-20% โดยใช้เงินในการซื้อเครื่องจักรเพิ่มจำนวน 10 ล้านบาท ทั้งนี้บริษัทสามารถใช้วงเงินกู้จากสถาบันการเงิน 520 ล้านบาท นำมาลงทุนซื้อเครื่องจักรได้เช่นกัน