สำหรับประโยชน์ที่ได้รับจากการลงนามครั้งนี้ นำมาซึ่งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และตลาดทุนร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐทั้งสองแห่งเพื่อร่วมสร้างปรากฎการณ์ด้านตลาดทุน โดยนำหลักการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ (Securitization) ใช้เป็นเครื่องมือกำหนดแนวทางระดมเงินจากตลาดทุนสู่ตลาดเงิน เพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับสถาบันการเงิน ตลาดทุน และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้ประเทศเจริญก้าวหน้าต่อไป
นางพรนิภา หาชัยภูมิ กรรมการและผู้จัดการ บตท. กล่าวว่า บตท.จะเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงระหว่างตลาดทุน และตลาดเงิน ผ่านกลไกตลาดรองสินเชื่อ ที่อยู่อาศัย โดยใช้หลักการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ (Securitization) อาทิ การพัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่เหมาะสมกับการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ การสนับสนุนกิจกรรมทางการเงิน รวมทั้งศึกษาการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยกับการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ เพื่อกำหนดรูปแบบการออกพันธบัตรและตราสารต่างๆ ร่วมกัน
ด้านนายธัชพล กาญจนกูล รองผู้อำนวยการธนาคารออมสินอาวุโส กลุ่มลงทุนและบริหารเงิน ธนาคารออมสิน กล่าวว่า ธนาคารออมสิน และ บตท. ในฐานะรัฐวิสาหกิจ เล็งเห็นความสำคัญในเรื่องดังกล่าว เนื่องจากที่ผ่านมาตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยประเทศไทยมีผู้ให้บริการหลัก คือ สถาบันการเงิน ซึ่งสถาบันการเงินแต่ละแห่งมุ่งเน้นในการขยายฐานสินเชื่อของตนให้มีขนาดใหญ่ขึ้น แต่เนื่องด้วยมาตรฐานบัญชีในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก โดยมีวัตถุประสงค์ในการดูแลความเสี่ยงมากขึ้น สถาบันการเงินจึงเริ่มคำนึงถึงประสิทธิภาพของพอร์ตสินเชื่อนอกจากการขยายขนาดของพอร์ตสินเชื่อเพียงอย่างเดียว ซึ่งกลไกตลาดรองเป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้สถาบันการเงินบริหารพอร์ตสินเชื่อที่อยู่อาศัยของตนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในขณะเดียวกันช่วยพัฒนาตลาดทุนของประเทศให้มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยสามารถรองรับตราสารทางการเงินประเภทใหม่ๆ ได้